วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้การต้อนรับ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมครอบครัว เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง พร้อมเยี่ยมชมหอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมอบเงินบริจาค จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อร่วมสมทบทุนก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้การต้อนรับ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมครอบครัว เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง  พร้อมเยี่ยมชมหอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมอบเงินบริจาค จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อร่วมสมทบทุนก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)

             มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ และนายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ ให้การต้อนรับ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมครอบครัว เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง  พร้อมเยี่ยมชมหอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมอบเงินบริจาค ในนาม บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด คุณธนินท์ – คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ จำนวน 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) เพื่อร่วมสมทบทุนสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565

 

         ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีมติก่อสร้างขึ้น เนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งมูลนิธิฯ ครบ 110 ปี  เพื่อเป็นพุทธสถานที่ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมถึงเป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทั้งด้านกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมเพื่อสังคม โดยสามารถรองรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการกราบไหว้บูชาองค์ไต้ฮงกงซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากศาลเจ้าไต้ฮงกงในปัจจุบันมีเนื้อที่ค่อนข้างคับแคบ และไม่สามารถขยายพื้นที่เพื่อรองรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาและผู้ที่มาร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่มีจำนวนมากขึ้นเป็นประจำทุกปีได้ โดย “ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)” ก่อสร้าง ณ บริเวณด้านหลังของสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ

         มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมบุญก่อสร้าง ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ตามแต่กำลังศรัทธา เพื่อร่วมกันจรรโลงศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่นี้ ให้เป็นพุทธสถานอีกแห่งหนึ่ง โดยท่านสามารถร่วมทำบุญได้ที่ บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาพลับพลาไชย เลขที่ 001-472515-4  ชื่อบัญชี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0 2225 0020 ต่อ 366

ข้อมูลเกี่ยวกับ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

พลังศรัทธาองค์หลวงปู่ไต้ฮงในประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นจากเมื่อปี พ.ศ.2439 นายเบ๊ยุ่น ได้อัญเชิญรูปจำลองหลวงปู่ไต้ฮงจากอำเภอเตี้ยเอี้ย มายังประเทศไทย ประดิษฐานอยู่ที่ร้านกระจกย่านวัดเลียบ ผู้คนเมื่อทราบต่างก็พากันมาสักการบูชาที่จำนวนมาก จนต้องย้ายไปประดิษฐานที่ซอยดอนกุศล ถนนเจริญกรุง  ช่วงนั้นเกิดโรคระบาดประชาชนต่างมากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อช่วยให้คุ้มครองปลอดภัยและหายจากโรค ทำให้เกิดความศรัทธา บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากและจัดการเก็บศพอนาถาไปฝัง ต่อมาในปี 2452-2453 พระอนุวัตน์ราชนิยม (ฮง เตชะวณิช) ได้ร่วมกับพ่อค้าคหบดี รวม 12 ท่าน ได้เห็นความสำคัญและประโยชน์แห่งกุศลเจตนาของผู้เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่ไต้ฮง จึงจัดตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกงขึ้น พร้อมสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงขึ้นที่บริเวณถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เพื่อประดิษฐานองค์หลวงปู่ไต้ฮง  เมื่อศาลเจ้าไต้ฮงกงสร้างเสร็จสมบูรณ์ ได้อัญเชิญรูปจำลองของหลวงปู่ที่นายเบ๊ยุ่น คหบดีนำมาจากประเทศจีนมาประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกงเป็นการถาวร  โดยศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ 326 ถนนเจ้าคำรพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ 10100

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน 

ทีเส็บเปิดแผนขับเคลื่อนไมซ์รองรับการเปิด ประเทศ 4 แผนงานหลัก หวังกระตุ้นการจัดงาน สร้างรายได้กระจายสู่ภูมิภาค

ทีเส็บเปิดแผนขับเคลื่อนไมซ์รองรับการเปิด

ประเทศ 4 แผนงานหลัก หวังกระตุ้นการจัดงาน

สร้างรายได้กระจายสู่ภูมิภาค

ทีเส็บเปิดโครงการกระตุ้นการตลาด Thailand MICE Back เดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์รองรับการเปิดประเทศผ่าน 4 แผนงานหลัก หวังกระตุ้นการจัดงาน สร้างรายได้กระจายสู่ภูมิภาค ดันเป้าหมายนักเดินทางไมซ์รวม 6,130,000 คน สร้างรายได้รวม 28,400 ล้านบาท

                นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บเร่งกระตุ้นการจัดงานและการเดินทางของนักเดินทางไมซ์ ขานรับนโยบายรัฐบาลรองรับการเปิดประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยโครงการกระตุ้นการตลาด “Thailand MICE Back” เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ เร่งกระตุ้นให้เกิดการจัดงานและกิจกรรมไมซ์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมดึงงานไมซ์ระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย โดยร่วมบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้ 4 แผนหลัก ตามกลยุทธ์ B-A-C-K ประกอบด้วย

                1. แผนการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ (กลยุทธ์ B: Build Confidences & Trust) เร่งส่งเสริมการสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์ เจาะกลุ่มผู้ประกอบการไมซ์ ทั้งสถานที่จัดงานและผู้จัดงาน ได้แก่ มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (TMVS) มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (AMVS) มาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืน (TSEMS) และการจัดงานไมซ์ที่ปลอดภัยด้วยแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE Hygiene Guidelines) แนวปฏิบัติการจัดประชุมและงานนิทรรศการที่เป็นมิตรกับมุสลิม (Practices for Muslim Friendly Meetings and Exhibitions) รวมถึงการพัฒนาด้านการใช้นวัตกรรมส่งเสริมธุรกิจไมซ์ ได้แก่ การใช้แอปพลิเคชัน BIZ Connect และแพลตฟอร์มออนไลน์แบบครบวงจรอย่าง Thai MICE Connect และ MICE Innovation Catalogue ที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไมซ์นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด เพื่อสอดรับกับการเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ทีเส็บในฐานะหน่วยงานหลักของรัฐที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ ได้รับการประกาศให้เป็นองค์กรรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพการจัดประชุมนิทรรศการ โดยเพิ่มบทบาทเป็นศูนย์กลางการทดสอบฝีมือแรงงาน และให้การรับรองสมรรถนะการปฏิบัติงานตามมาตรฐานอาชีพของบุคลากรไมซ์ ซึ่งบุคลากรสามารถเข้ามาประเมินความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะด้านวิชาชีพไมซ์ตามหลักเกณฑ์การประเมิน โดยทีเส็บมีเป้าหมายยกระดับองค์กรสู่การเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในระดับอาเซียนอีกด้วย

นอกจากนี้ ทีเส็บเตรียมแผนการเข้าสู่การเป็นสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม (CVB- Convention and Visitors Bureau) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลในการรับรองสมรรถนะบุคคลในวิชาชีพ ISO 17024 รวมถึงการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาและยกระดับความสามารถบุคคลากรไมซ์ในสายงานสาขาการจัดกิจกรรม (Event Professionals) เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และเพิ่มความมั่นคงในอาชีพแก่บุคลากรด้านอีเวนต์ (Event) และบุคลากรด้านการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) ตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Mutual Recognition Arrangement on Tourism Professionals: ASEAN MRA - TP)

                2. แผนกระตุ้นการจัดงานไมซ์ในประเทศ (กลยุทธ์ A: Accelerate Dream MICE Activity) จากมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการทางภาษีในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 2 เท่าของที่จ่ายจริง ซึ่งบริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายจริงในการจัดอบรมสัมมนาและการจัดนิทรรศการงานแสดงสินค้าภายในประเทศไปลดหย่อนภาษีได้ โดยบริษัทต้องมีการจ่ายจริงตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 นั้น

ทีเส็บเร่งดำเนินการกระตุ้นให้เกิดการจัดงานไมซ์ในประเทศอย่างต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้าย ด้วยการสนับสนุนผ่านแพ็กเกจกระตุ้นการจัดงานไมซ์ทุกประเภท ได้แก่ แพ็กเกจสำหรับงานประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ แพ็กเกจสำหรับงานประชุมวิชาการในประเทศ และแพ็กเกจสำหรับงานแสดงสินค้าภายในประเทศ แบ่งเป็น งานแสดงสินค้าใหม่ (New Show) งานแสดงสินค้าที่มีการยกระดับ (Upgrade Show) และงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาคโครงการ Empower Thailand Exhibition (EMTEX) โดยมีเงื่อนไขและเกณฑ์การสนับสนุนตามที่ทีเส็บกำหนด

                  3. แผนส่งเสริมภาพลักษณ์และการสื่อสารอุตสาหกรรมไมซ์ (กลยุทธ์ C: Communication and Inspire the World) สร้างการรับรู้อุตสาหกรรมไมซ์ผ่านแบรนด์ “THAILAND MICE” ทั้งการสื่อสารในและต่างประเทศ โดยมุ่งเจาะตลาดจังหวัด 10 เมืองไมซ์ และภูมิภาคเอเซียและตะวันออกกลาง เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก สอดรับกับแผนประชาสัมพันธ์แห่งชาติด้านต่างประเทศที่ขับเคลื่อนผ่านแนวคิด New Chapter of Thailand ก้าวใหม่ไทยในช่วงหลังโควิด โดยแบรนด์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยจะเน้นสื่อสารโอกาสทางธุรกิจใหม่ (New Opportunity) และนวัตกรรมใหม่ (New Innovation) สู่การเปิดมิติใหม่ของไมซ์ไทยสำหรับสื่อสารต่างประเทศภายใต้แบรนด์ “Thailand MICE: Meet the Magic” และสื่อสารในประเทศภายใต้แบรนด์ “ไมซ์ไทย มนต์เสน่ห์สู่ความสำเร็จ” ด้วยการค้นพบมนต์เสน่ห์แห่งอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย

ทั้งนี้ การสื่อสารอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ ใช้การบูรณาการสื่อทุกช่องทางแบบ 360 องศา มุ่งเน้นสื่อออนไลน์ เพื่อเข้าถึงพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายในยุคนิวนอร์มัล และครอบคลุมสื่อออฟไลน์ ทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อป้ายโฆษณากลางแจ้ง (Out of Home) รวมถึงผู้มีอิทธิพลทางความคิด หรือ KOLs (Key Opinion Leader) ร่วมสื่อสารถ่ายทอดประสบการณ์ไมซ์ เพื่อเข้าถึงจำนวนคนรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ รวมไม่ต่ำกว่า 75 ล้านคน/ครั้ง

ล่าสุด ทีเส็บเปิดตัวแบรนด์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสำหรับสื่อสารในประเทศ “ไมซ์ไทย มนต์เสน่ห์สู่ความสำเร็จ” ผ่านภาพยนตร์โฆษณาในรูปแบบ “Music Marketing” ภายใต้แนวคิด “วันนี้ห้องประชุมเปิดกว้างทั่วเมืองไทย” เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมออกมาจัดประชุม อบรม สัมมนาในที่ใหม่ๆ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับพนักงานในองค์กร สร้างความสามัคคี นำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

4. แผนการดึงงานระดับโลกและการเพิ่มจำนวนงานไมซ์ต่างประเทศ (กลยุทธ์ K: Kick off World Events Bidding) ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับโลก เช่น งาน The International Conference on Family Planning 2022 (ICFP 2022) การประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ เพื่อหารือด้านสุขภาพอนามัย และการเจริญพันธุ์เพื่อคุณภาพชีวิตของประชากรโลก วันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2565,  งาน 62nd ICCA Congress (ICCA Congress 2023) การประชุมสมาคมการประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 62 วันที่ 12 – 15 พฤศจิกายน 2566, งาน Udon Thani International Horticultural Expo 2026 หรืองานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ. 2569 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 และงาน Thailand International Air Show ซึ่งมีกำหนดจัดงานประกาศตัวในปี 2566 โดยงานจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2568 และมีการจัดงานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2570

นอกจากนี้ ยังมีงานที่อยู่ในขั้นตอนการประมูลสิทธิ์ ได้แก่ งานเอ็กซ์โป 2028 ภูเก็ต ประเทศไทย มีกำหนดจัดวันที่ 20 มีนาคม – 17 มิถุนายน 2571 และ งาน Nakhon Ratchasima International Horticultural Expo 2029 หรือ งานมหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา พ.ศ. 2572 กำหนดจัดวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 – 28 กุมภาพันธ์ 2573

สำหรับไตรมาสสุดท้ายปีงบประมาณ 2565 ยังมีงานไมซ์อีกมากมายจัดขึ้นทั่วประเทศ เช่น งาน Maintenance, Industrial Automation, and Robotics (MiRA) และ SUBCON EEC 2022 งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม โซลูชันอุตสาหกรรมการผลิตชั้นสูงด้านการบำรุงรักษา เทคโนโลยีหุ่นยนต์ และงานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมแห่งภาคตะวันออก วันที่ 24 – 26 สิงหาคม 2565 พัทยา, งาน Defense & Security 2022 งานแสดงเทคโนโลยียุทโธปกรณ์ 3 เหล่าทัพและเทคโนโลยีทางด้านการรักษาความปลอดภัย วันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2565 กรุงเทพฯ, งาน Health Living and Innovation Expo 2022 งานแสดงสินค้า บริการ และนวัตกรรมเพื่อผู้รักสุขภาพ วันที่ 8 – 11 กันยายน 2565 สงขลา และงาน Korat FooDEx โคราชฟู้ดเด๊กซ์ ทีเด็ดอาหารทั่วไทย วันที่ 14 – 18 กันยายน 2565 นครราชสีมา

จากผลการดำเนินงานไตรมาส 1-3 (ตุลาคม 2564 – มิถุนายน 2565) มีจำนวนนักเดินทางไมซ์ในและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 3,446,102 คน สร้างรายได้ 16,344 ล้านบาท โดยทีเส็บคาดการณ์ภายในปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม 2564 – กันยายน 2565) จะมีจำนวนนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 6,130,000 คน คิดเป็นรายได้ 28,400 ล้านบาท

 

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ต้อนรับ ”วันแม่” ด้วยนมแพะมีญ่า มิลค์ โกท มิลค์ (MIA’ MILK GOAT MILK)

ต้อนรับ ”วันแม่” ด้วยนมแพะมีญ่า มิลค์ โกท มิลค์ (MIA’ MILK GOAT MILK)

                  คำว่า “แม่”ยิ่งใหญ่ นมแพะ มีญ่ามิลค์โกทมิลค์ ขอตอบแทนคำว่า รักแม่ จึงร่วมรณรงค์ให้ทุกท่านบอกรักแม่ และมอบสิ่งที่ดีๆ สำหรับคุณแม่และคนที่ท่านรักด้วยนมเพื่อสุขภาพ ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนการ หอมอร่อย ดื่มง่าย รสชาติกลมกล่อม อุดมไปด้วยสารอาหาร มีแคลเซียม มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง มีวิตามินบี2 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทตามปกติ มีโปรตีน จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย มาร่วมรักแม่ไปด้วยกัน

สนใจตอบถามที่ facebook MIA’ Milk – Goat Milk หรือ Golden Place โทร.086-351-7729 มอบส่วนลดให้ทุกท่านตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2565

MIA’ Milk – Goat Milk #ผู้แพ้นม#บอกรักแม่

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เริ่มแล้ว .. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2565 จัดทีมนำข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคลงพื้นที่แจกจ่ายให้กับผู้ขาดแคลน จังหวัดนครราชสีมา

เริ่มแล้ว .. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2565 จัดทีมนำข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคลงพื้นที่แจกจ่ายให้กับผู้ขาดแคลน จังหวัดนครราชสีมา

                 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ รักษาการหัวหน้าแผนกสาธารณภัย พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ  ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แจกจ่ายชุดข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง  น้ำมันพืช  น้ำปลา  บรรจุกระเป๋าผ้าดิบมูลนิธิฯ แก่ผู้ขาดแคลนในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอสูงเนิน อำเภอปากช่อง และอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา รวม 4 อำเภอ ชุดข้าวสารจำนวน 2,000 ชุด รวมงบประมาณทั้งสิ้น 700,000 บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนหน่วยงานรัฐ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย สมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี รวมทั้งนายสัญญา พรนารายณ์  นายสดใส รุ่งโพธิ์ทอง นายสิริพงศ์ สุขสมนาค (กิ๊ฟ โคกคูน) อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี เมือวันจันทร์ 8 สิงหาคม 2565


                      และในช่วงกลางเดือนสิงหาคม - เดือนกันยายน 2565 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดลงพื้นที่แจกจ่ายชุดข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ขาดแคลนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี สมุทรสาคร และ 50 เขต กรุงเทพมหานคร เป็นลำดับต่อไป คิดมูลค่าดำเนินการงานแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2565 ไม่ต่ำกว่า 11.7 ล้านบา

                        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานบุญมหากุศลประจำปี “ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2565” ระหว่างวันที่ 8 กรกฎาคม - 24 สิงหาคม 2565 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญชุดข้าวสารให้ผู้ล่วงลับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ  พร้อมกับสมทบทุนข้าวสารและเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อเป็นการทำทานให้ผู้ขาดแคลนต่อไ

            เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดในขณะนี้ เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาด ในปีนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงรูปแบบการทำบุญทิ้งกระจาดแบบลดการสัมผัส เป็นการบริจาคทรัพย์เพื่อสมทบทุนในการจัดซื้อชุดข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ โดยสามารถทำบุญได้ 3  ช่องทาง ดังนี้ 

1. ทำบุญชุดข้าวสาร ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

(ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอความร่วมมือในการงดรับข้าวสาร หรือสิ่งของอื่นๆ เพื่อลดการสัมผัส)

2. ทำบุญชุดข้าวสารออนไลน์: ผ่านบัญชีมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 

3. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้  เพื่อลดความเสี่ยงและการเพิ่มมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงจัดให้มีช่องทางการร่วมทำบุญทิ้งกระจาดใหม่ ผ่านระบบออน

ไลน์ https://pttfny.net/newsh/ ในอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมติดตามงานประเพณีทิ้งกระจาดได้ที่่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  www.facebook.com/atpohtecktung

                       ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่า เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานกว่า 80 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรก ที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

                        ตลอดระยะเวลากว่า 112 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา   เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ Facebook Fanpage : www.facebook.com/atpohtecktung

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418 

โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป’ ทำบุญอุทิศส่วนกุศล 9 ปีการจากไปของ 'คมน์ อรรฆเดช'

โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป’ ทำบุญอุทิศส่วนกุศล 

9 ปีการจากไปของ 'คมน์ อรรฆเดช'

บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ คมน์ อรรฆเดช ผู้กำกับภาพยนตร์คนดังที่ล่วงลับไปครบ 9 ปี โดยในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลในครั้งนี้ พรพิมล มั่นฤทัย  ประธานบริษัทโคลีเซี่ยม อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด และพนักงาน ร่วมด้วย ทองก้อน ศรีทับทิม ผู้กำกับละครคนดัง, จรัญ เมืองลพ โปรดิวเซอร์ละคร และศิลปินดารา ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง ได้ร่วมทำบุญถวายภัตราหารเพล พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป โดยกราบนิมนต์พระครูสังฆรักษ์บุญมี ยติโก เจ้าอาวาสวัดพุทโธภาวนา จังหวัดนนทบุรี เป็นเจ้าพิธี จากนั้น พรพิมล มั่นฤหัย และศิลปินดาราได้พร้อมใจถวายเงินจำนวนหนึ่งแด่พระครูสังฆรักษ์บุญมี ยติโก เจ้าอาวาสวัดพุทโธภาวนา จังหวัดนนทบุรี เพื่อนำไปบูรณะบำรุงวัด ที่บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565

สำหรับ คมน์ อรรฆเดช มีชื่อเดิมว่า สมคิด กองเงินทอง (สมคิด เล่งอิ้ว) เกิดในปี พ.ศ. 2486 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เรียนจบชั้นมัธยม โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษดิ์ ชีวิตโลดโผน ชอบการต่อสู้เคยเป็นนักมวยงานวัดใช้ชื่อ “กู้ศักดิ์ เลือดแปดริ้ว”, “สมคิด ลูกแปดริ้ว” ก่อนมาเรียนต่อ โรงเรียนพลตำรวจ จนจบและรับราชการเป็นพลตำรวจ ประจำสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ได้ 3 ปี ก็มีเหตุให้ต้องลาออก

หลังสมัครทำงานให้กับองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO) จำรูญ หนวดจิ๋ม นำไปฝากกับชายชาญ กรรณสูต ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 จึงมีโอกาสรู้จักชาลี อินทรวิจิตร ที่กำลังหานักแสดงภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง “ปิง วัง ยม น่าน” จึงถูกเลือกให้รับบท “คมน์ คันสร” ขณะที่ ดามพ์ เผด็จดัสกร ได้บท “ดามพ์ ดัสกร”, โดม สิงห์โมฬี รับบท “โดม สิงห์โมฬี” แล ลักษณ์ กุลศิริวุฒิชัย รับบท “ลักษณ์ อภิชาติ” โดยชื่อนาม “เสือสี่แคว” จากนั้น คมน์ คันสร ก็ได้แสดงภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง “ลูกทาส”, “ป้อมเพชร”, “ทาสรักขุนรบ”, “พระอภัยมณี”, “มะกอกสามตะกร้า”, “ป่าสังคม”, “หมอผี” จนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาทางจอแก้ว

ปี พ.ศ. 2514 ชาลี อินทรวิจิตร ประกาศสร้างภาพยนตร์เรื่อง “สวนสน” สมคิด เล่งอิ้ว ถูกเลือกมาร่วมแสดง จึงขอใช้ชื่อว่า “คมน์ อรรฆเดช” และมีผลงานภาพยนตร์กว่า 30 เรื่องในเวลานั้น อาทิ “สื่อกามเทพ”, “บุหงาหน้าฝน”, “มันมากับความมืด”, “พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ”, “ขอบฟ้าเขาเขียว”, “หมอกฟ้า”, “คนเมืองกรุง”, “ทิพย์ช้าง” “ตัญหานักบุญ”, “เผ็ด” ฯลฯ

ปี พ.ศ. 2516 ชาลี อินทรวิจิตร มีส่วนผลักดันให้ คมน์ อรรฆเดช สร้างภาพยนตร์เป็นครั้งแรก โดยนำพล็อตเรื่องจากชีวิตจริงเมื่อครั้งยังเป็นตำรวจมาสร้างในชื่อเรื่อง “ปล้นครั้งสุดท้าย” จันทรา จันทมณี ผู้อำนวยการสร้าง ใช้ดาราดังแห่งยุค วันดี ศรีตรัง เป็นนางเอกประกบ ยอดชาย เมฆสุวรรณ ใช้เวลาถ่าย 2 ปี สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2518 ดาราดังตกกระแสแล้ว หักค่าใช้จ่ายไม่ถึงกับขาดทุน

คมน์ อรรฆเดช มีคติประจำใจว่า “ต้องเสี่ยงเมื่อยังหนุ่ม แม้จะผิดพลาด ก็ยังมีเวลาแก้ไขได้” ภาพยนตร์เรื่องที่ 2 “เผาขน” จึงไม่เคยกลัวงบบานปลาย เพียงเพื่อให้หนังออกมาดี “เผาขน” นอกจากระดมดาราดังอย่าง สมบัติ เมทะนี, อรัญญา งามวงศ์, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, นัยนา ชีวานันท์ ฯลฯ ยังลงทุนให้รถยนต์วิ่งพุ่งตกจากตึก 7 ชั้น และขับชนกันจนระเบิดไปถึง 6 คัน ฉากวาบหวิวยังจับ อรัญญา นามวงศ์ ขึ้นชกมวยบนเวที และใส่ชุด “นางกระต่าย” รวมถึงใส่ชุดบีกินี่ สีดำนอนโชว์สัดส่วน 36-23-36 โดยมี บู๊ วิบูลย์นันท์ ลูบไล้ส่วนเว้าส่วนโค้งจนมือสั่นระริก ซึ่งเป็นชนวนนำไปสู่การฆ่า “เผาขน” หัวใจของเรื่อง เข้าฉายโรงหนังเพชรรามา ประสบความสำเร็จในรายได้

เมื่อพรพิมล มั่นฤทัย ขึ้นแท่นผู้อำนวยการสร้าง ได้เปลี่ยนใช้ชื่อ “โคลีเซี่ยมฟิลม์” ภาพยนตร์ที่สร้างทุกเรื่องถือเป็นฟอร์มยักษ์ นับจาก “ไผ่กำเพลิง” ที่ใช้ช้างนับ 100 เชือกมาร่วมแสดง ซึ่ง ช้าง ต่อมาคือ โลโก้ ค่ายโคลีเซี่ยม เรื่อง “มหาหิน” ลงทุนจ้างสมบัติ เมทะนี โกนหัว 1 ล้านบาท, “เพชรตัดหยก” ลงทุนจ้าง ฉีเส้าเฉียน ต่อด้วยเรื่อง “พยัคฆ์ยี่เก”  นำเดวิดเจียง มาร่วมแสดง รวมถึง “อี้หมิง” ในเรื่อง “อยู่กับก๋ง”

ขณะเดียวกัน คมน์ อรรฆเดช ก็ยังสร้างความ เติมเทคโนโลยีสมัยใหม่ใส่ไว้ในภาพยนตร์ เรื่อง “ทับทิมโทน” ลงทุนเงิน 3 ล้านบาท นำอุปกรณ์ช่วยบิน ให้บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ สวมใส่เหาะเหิรเดินอากาศ จนเป็นที่แจ้งเกิด รวมถึงนักแสดงอีกหลายคน อาทิ จารุณี สุขสวัสดิ์, พิม วัฒนพานิช, ม.ล.สุรีย์วัลย์ สุริยง, นันทิดา แก้วบัวสาย, ใหม่ สิริวิมล, ยุรนันท์ ภมรมนตรี, พันนา ฤทธิไกร ฯลฯ

ระยะหลัง คมน์ อรรฆเดช มอบหมายให้มนู วรรณายก ลูกหม้อเก่า กำกับแทนในนามโคลีเซี่ยมฟิลม์, โคลีเซี่ยมพิคเจอร์, โคลีเซี่ยมโปรดักชั่น และโคลีเซี่ยมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ มีผลงานมากว่า 30 เรื่อง อาทิ “กอดคอกันแหวว”, “กองร้อย 501 ริมแดง”, “ด้วยรักไม่รู้จบ”, “ยุ่งดะมะด๊อง”  “จงรัก”, “น้ำค้าง”, “รักหรือเสน่หา”, “ปลัดเพชรบ่อพลอย”, “ผีหลบผีไม่หลบ” ฯลฯ โดยมีทองก้อน ศรีทับทิม เป็นผู้ช่วย และกำกับการแสดงในบางเรื่อง

ปี พ.ศ. 2542 คมน์ อรรฆเดช ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ 2 สมัยติดต่อกัน จัดมหกรรมภาพยนตร์เอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 44 มีชาติสมาชิกในวงการภาพยนตร์ทั่วโลก มาร่วมงาน 12 ประเทศ เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, ฮ่องกง, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, คูเวต, อินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ พัฒนาวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ส่งผลให้ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยมากขึ้น

คมน์ อรรฆเดช เสนอแนวคิดให้ก่อตั้งสภาภาพยนตร์, สถาบันภาพยนตร์แห่งชาติ รวบรวม 11 สมาคมวิชาชีพ สาขาผู้อำนวยการสร้าง, สาขาโรงภาพยนตร์,  สาขาผู้จัดจำหน่าย, สาขาผู้กำกับ, สาขานักแสดง, สาขาทีมงานสร้าง, สาขานักพากย์, สาขาห้องแลป, สาขาผู้สื่อข่าวบันเทิง, สาขานักวิชาการภาพยนตร์, สาขาผู้ผลิตและจำหน่ายวีดีทัศน์ เสนอร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์, ร่างพระราชบัญญัติควบคุมโรงมหรสพ และผลักดันวันที่ 4 เมษายน ของทุกปีเป็น “วันหนังไทย” ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศ“พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551” ขณะที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  พระราชทานให้ทุกวันที่ 4 เมษายนของทุกปี เป็น “วันภาพยนตร์แห่งประเทศไทย”

ปี พ.ศ. 2546 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสื่อสารมวลชน ผู้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสังคมไทย

เมื่อวงการภาพยนตร์ซบเซา คมน์ อรรฆเดชได้ผันตัวเองเป็นผู้จัดละครโทรทัศน์ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด คือ โก๊ะจ๋า ป่านะโก๊ะ ละครโทรทัศน์ชุดทางช่อง 7 สี โดยเฉพาะในภาค โก๊ะ 7 เมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่เรตติ้งสูงสุด ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งถึง 4 สัปดาห์ซ้อน และมีบริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ประกอบกิจการศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์โคลีเซี่ยม

วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 15.09 น. คมน์ อรรฆเดช เสียชีวิตด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ที่โรงพยาบาลทักษิณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะที่มาสำรวจความคืบหน้าในการก่อสร้างศูนย์การค้าโคลีเซี่ยม ซึ่งเป็นกิจการในสังกัดของตนเอง สิริอายุได้ 66 ปี

ทั้งนี้แฟนละครช่อง 7 เอชดี สามารถติดตามผลงานละครของค่ายโคลีเซี่ยม ซึ่งล่าสุดละคร “จ้าวพายุ” ได้กลับนำมาฉายใหม่ ทุกคืนวันศุกร์-เสาร์*อาทิตย์ เวลา 20.30 น. หรือ ติดตามรับชมภาพยนตร์ไทยในอดีต ผลงานของค่ายโคลีเซี่ยมฟิลม์ ได้ที่ ยูทูป : โคลีเซี่ยมฟิลม์ (ภาพยนตร์เงินล้าน) โดยคมน์ อรรฆเดช 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...