วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564

กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากภาวะ Long COVID

กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากภาวะ Long COVID

             ลองโควิด (Long COVID) คืออาการตกค้างที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่มีการติดเชื้อ COVID–19 มากกว่า 4 – 12 สัปดาห์แล้วหายในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ถ้ามีอาการของลองโควิดแล้วจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เพราะอาจจะสามารถเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ หากรู้สาเหตุและการป้องกันจะสามารถรักษาได้ทันท่วงที

            นพ.ชาติทนง ยอดวุฒิ อายุรแพทย์หัวใจ หัวหน้าศูนย์ตรวจสมรรถภาพหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า COVID - 19 มีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมกับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ หากป่วยด้วยโรคหัวใจอยู่แล้วและติดเชื้อจะทำให้อาการรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนที่สูงกว่าคนทั่วไป เมื่อได้รับเชื้อแล้ว ผลที่จะสามารถเกิดขึ้นได้โดยตรงกับหัวใจคือ ขณะที่ได้รับเชื้อและร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อ อาจมีภาวะที่เรียกว่า เกิดภูมิต้านทานของตัวเองต่อกล้ามเนื้อหัวใจและต่อเยื่อหุ้มหัวใจ ที่จะส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรงและการทำงานและการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง ซึ่งยังไม่มีข้อมูลการศึกษาที่ชัดเจนว่าสามารถเจอได้มากน้อยเพียงใด ในบางการศึกษารายงานว่า สามารถพบการเสียชีวิตของการติดเชื้อ COVID–19 ที่ส่งผลโดยตรงกับหัวใจ ได้ 7 - 10% และในผู้ป่วยที่ติดเชื้อรุนแรงพบว่ามีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบได้มากถึง 40% ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบยังสามารถพบได้จากการฉีดวัคซีน COVID-19 เช่นเดียวกัน แต่พบได้ไม่บ่อยนักและส่วนมากจะพบได้ในการฉีดวัคซีนชนิด mRNA โดยเฉพาะหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้ว 3 วัน จนถึง 2 สัปดาห์ เกือบทั้งหมดตรวจพบความผิดปกติเล็กน้อยจากการเจาะเลือดหรือตรวจด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และเกือบทั้งหมดหายได้เองและหายสนิท ซึ่งตัวเลขจากการศึกษาพบเพียงประมาณ 1 ใน 100,000 ถึง 200,000 คน ซึ่งจากรายงานพบว่าภาวะดังกล่าวไม่ได้มีความรุนแรง

            อาการลองโควิดที่แสดงออกเกี่ยวกับหัวใจ คือ ใจสั่น เหนื่อย เพลีย หรือบางครั้งอาจมีอาการเจ็บหน้าอก การเจ็บหน้าอกจะไม่เฉพาะเจาะจง บางคนมีหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่มีการรักษาเฉพาะเจาะจง แต่อาจมีการตรวจเลือด หรือทำภาพสแกน หรือ MRI เพื่อดูความผิดปกติของโครงสร้างของหัวใจและยังไม่มีมาตรฐานการรักษาที่ชัดเจนในปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยและดุลยพินิจของแพทย์โรคหัวใจ จากรายงานยังสามารถพบได้อีกว่า อาการที่อาจพบร่วมด้วยของการเป็นลองโควิดอยู่ในกลุ่มเดียวกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าพบอุบัติการณ์ของการเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบหลังติดเชื้อ COVID-19 มากน้อยเพียงใด แต่พบน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับการมีภาวะแทรกซ้อนขณะที่กำลังมีการติดเชื้อ COVID-19

       อย่างไรก็ตามเมื่อหายจาก COVID-19 ต้องหมั่นสังเกตอาการและดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัยที่คิดว่าอาจจะมีความเสี่ยงควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กทันที โดยเฉพาะสุขภาพหัวใจเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ รพ.หัวใจกรุงเทพ โทร. 080 1919019 Contact Center โทร. 1719  หรือ HEART CARE LINE Official : @hearthospital 


วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี ร่วมประชุมหน่วยงานราชการ ครั้งที่ 9 / 2564

ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี ร่วมประชุมหน่วยงานราชการ ครั้งที่ 9 / 2564

นางสาวพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี และ นางสาวอภิรตี สีบุญเรือง รองผู้อำนวยการสำนักงานฯ ร่วมประชุมหน่วยงานราชการ อาทิ กรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอหัวหน้าหน่วยงานอื่นๆ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกเทศมนตรี ครั้งที่ 9 / 2564 และ การประชุมระบบ Zoom ของจังหวัดสุพรรณบุรี ณ ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2564



มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพ บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมชาวอยุธยา อ่างทอง กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และสิงห์บุรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพ บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมชาวอยุธยา อ่างทอง กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และสิงห์บุรี


         นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  มอบหมายให้ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง  น้ำปลา และน้ำมันพืช ยาทากันยุง และยาทาน้ำกัดเท้า แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และสิงห์บุรี รวม 5 จังหวัด รวม 2,800 ชุด  คิดเป็นมูลค่า 980,000 บาท (เก้าแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) โดยมี สมาคม/มูลนิธิฯ แต่ละจังหวัดเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ระหว่างวันที่ 26 – 29 ตุลาคม 2564


                   โดยในวันที่ 27 ตุลาคม 2564 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่จังหวัดนำเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 500 ชุด ณ เทศบาลตำบลหนองรี อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี


                และในวันวันที่ 28 ตุลาคม 2564 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 600 ชุด แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีมูลนิธิร่วมบุญสุพรรณบุรี ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี


                เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว  นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์


               ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการภารกิจในพื้นที่ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564

MR.D.I.Y. ฉลองเปิดร้าน สาขาเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ลูกค้า 100 คนแรกรับฟรีกล่องข้าวสุญญากาศ

MR.D.I.Y. ฉลองเปิดร้าน สาขาเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ลูกค้า 100 คนแรกรับฟรีกล่องข้าวสุญญากาศ

         ฉลองเปิดสาขาใหม่อย่างเป็นทางการของร้าน MR.D.I.Y. ศูนย์รวมของใช้ในบ้านที่มีให้เลือกซื้อกันแบบครบครัน ซึ่งได้เตรียมของขวัญจากใจส่งมอบความสุขให้กับลูกค้า พิเศษ!! สำหรับ 100 ท่านแรก รับฟรีกล่องข้าวสุญญากาศ มาก่อนได้สิทธิ์ก่อน พบกันที่ ชั้น 5 โซน A ในวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 11.30 น. จากนั้นเข้าไปช้อปกันจุใจกับทัพสินค้ากว่า 18,000 รายการ และ โปรโมชันสุดคุ้มจากทางร้าน

      เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) แหล่งรวมความพิเศษเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ และเตรียมพบกับประสบการณ์ใหม่ เร็วๆ นี้ โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง รายละเอียดร้านค้าเปิดใหม่ กิจกรรมต่างๆ และโปรโมชั่นที่น่าสนใจได้ที่ www.mbk-center.co.th  

ตรวจเยี่ยมสถานที่และบุคลากร ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ตรวจเยี่ยมสถานที่และบุคลากร ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

               พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร, นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย, น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นาย กิติพงศ์ กิติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมคณะฯ และ พ.ต.อ. สุรชัช สุวรรณศรี ผกก.3 บก.ทท.1, พ.ต.ท.อัครพัชร์ ทองศรีวานิช รอง ผกก.3 บก.ทท.1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ดูแลความสงบเรียบร้อยสถานที่และบุคลากรในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564                                             


                พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้แทนหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่สำรวจการเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และโรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park เขตคลองเตย

             โดยคณะฯ ได้ตรวจการเตรียมพร้อมบริเวณจุดตรวจ Scan QR Code Thailand Pass ของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ อาคารเทียบเครื่องบิน C กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 จุดตรวจหนังสือเดินทางฝั่งตะวันตก จุดนัดพบระหว่างผู้โดยสารและโรงแรมสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative Quarantine) ณ ช่องทางออก C โถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร รวมทั้งสำรวจความพร้อมด้านการบริหารจัดการระบบขนส่งสำหรับนักท่องเที่ยวบริเวณประตู 9 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ


        จากนั้นคณะฯ เดินทางไปโรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park เพื่อสำรวจความพร้อมมาตรฐานการบริหารจัดการห้องพัก พื้นที่สาธารณะ สระว่ายน้ำ สปา และร้านอาหาร ตามมาตรการสาธารณสุข และมาตรฐาน Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) และ (SHA+) ซึ่งโรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park เป็นโรงแรมผ่านเกณฑ์มาตรฐาน SHA Plus (SHA+) คือ ความพร้อมของผู้ประกอบการ เพื่อรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากต่างประเทศในโครงการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ซึ่งพนักงานในสถานประกอบการได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไม่ต่ำกว่า 70% เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้กับผู้รับบริการ ทั้งนี้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานซึ่งทางหน่วยงานราชการกำหนดด้วยความเคร่งครัด


           พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยในมาตรการการเปิดรับนักท่องเที่ยว จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่กับคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่สำรวจความพร้อมการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนถึงสถานที่พัก ซึ่งภาพรวมพบว่าทุกหน่วยงานได้เตรียมพร้อม 100% รวมถึงการให้บริการฉีดวัคซีนของ กทม. ได้ฉีดให้คนกรุงเทพฯ เข็มที่ 1 เกินกว่า 100% แล้ว ส่วนวัคซีนเข็ม 2 ฉีดแล้ว 74.90% ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะมาเที่ยวในกรุงเทพฯ ว่า กรุงเทพฯ ปลอดภัย และประชาชนในกรุงเทพฯ ก็มั่นใจในขั้นตอนการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวด้วยเช่นเดียวกัน สำหรับความพร้อมตั้งแต่นักท่องเที่ยวลงจากเครื่องบิน ขั้นตอนการตรวจสอบ จนถึงการเดินทางไปยังโรงแรมที่จัดเตรียมไว้กระบวนการต่างๆ ถือว่าพร้อมมาก


          นอกจากนี้ หากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ กทม. ได้จัดทำแผนเผชิญเหตุไว้เรียบร้อย ทั้งมาตรการในการนำส่งรักษา มาตรการในส่งกลับ รวมถึงจัดเตรียมสถานที่ไว้เพื่อดำเนินการรักษาแล้ว อย่างไรก็ตามระบบการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ในปัจจุบัน สำนักการแพทย์ กทม. มีความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลสังกัด 11 แห่ง รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลของหน่วยงานราชการในพื้นที่ โรงเรียนแพทย์ ซึ่งมีขีดความสามารถในการดูแลรักษา ดังนั้นประเด็นการรักษาพยาบาลจึงถือว่ามีพร้อมมากด้วยเช่นกัน


     

ททท.สุพรรณ ลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและสุพรรณบุรีอย่างต่อเนื่อง ตาม "โครงการเที่ยวสุขใจ ไปด้วยกัน สุพรรณบุรี-อ่างทอง"

ททท.สุพรรณ ลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและสุพรรณบุรีอย่างต่อเนื่อง ตาม "โครงการเที่ยวสุขใจ ไปด้วยกัน สุพรรณบุรี-อ่างทอง"

          นางสาวพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและ จังหวัดสุพรรณบุรี ตาม "โครงการเที่ยวสุขใจ ไปด้วยกัน สุพรรณบุรี-อ่างทอง" เพื่อเตรียมจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเสนอขายตามแผนโครงการ ๒๕๖๕ อย่างสมดุลทั้งด้านคุณค่า คุณภาพ ความปลอดภัย  ประกอบกับ สสพ. ได้กระตุ้นการเข้าร่วมมาตรฐาน SHA และแนะนำการประชาสัมพันธ์มาตรฐาน SHA & safety travel รวมทั้ง เน้นการตรวจอุณหภูมิ ลงชื่อก่อนเข้าพื้นที่และ สแกนไทยชนะ


     โดยวันนี้ได้ลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เริ่มจาก

- วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม ชาวบ้านในชุมชนยังเรียกกันว่า "วัดเขาพระ" เนื่องจากตั้งอยู่บนยอดเขา ในบริเวณวัดมีบรรยากาศที่ร่มรื่น มีพระพุทธไสยาสน์ หลวงพ่อสังฆ์ ประดิษฐานอยู่ ด้านบนยอดเขามีมณฑปโดยภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทหินทรายแกะสลัก เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน และมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นกราบไหว้ขอพรอย่างต่อเนื่อง


- ชุมชนท่องเที่ยวภายใต้ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเมืองโบราณทวาราวดีอู่ทองซึ่งได้รับรางวัล ดีเด่น Thailand Tourism Awards ครั้งที่ ๑๓ ประเภทแหล่งท่องเที่ยว สาขาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ระดับประเทศ ยาดมหัวโตป้าต้อย เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่คัดสรรสมุนไพรอันทรงคุณค่าถึง ๙ ชนิด อาทิเช่น กานพลู สมุลแว้ง ผิวมะกรูดอบแห้ง เกร็ดสาระแหน่ พิมเสน การบูร เป็นต้น ผสมผสานเป็นยาดมสมุนไพรสูตรโบราณที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานนับ ๑๐โดยได้ลงพื้นที่พูดคุยกับป้าต้อย และคุณประยูร อสัมพินพงศ์ ประธานชมรมส่งเสริมท่องเที่ยวโดยชุมชนเมืองโบราณทวารวดี อู่ทอง เพื่อหารือแนวทางการดำเนินโครงการเที่ยวสุขใจ ไปด้วยกัน พร้อมกำหนดเส้นทางเสนอขายแก่นักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทาง อ. อู่ทอง ภายใต้มาตรฐาน SHA ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการเดินทางท่องเที่ยวของภาครัฐ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวลงพื้นที่ทำกิจกรรมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นต้นไป


- วิสาหกิจวนเกษตรดงเย็น เป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ตามศาสตร์พระราชา มีการปลูกผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ และเลี้ยงสัตว์ การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเช่น โยเกริตข้าว มัลเบอรรี่ ทำปุ๋ยมูลไส้เดือน คัดข้าวด้วยหวี ฟาร์มไข่ไก่อารมณ์ดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในปัจจุบัน โดยได้ลงพื้นที่พูดคุยและหารือร่วมกับผู้นำกลุ่มถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน พร้อมกำหนดทิศทางในอนาคตซึ่งมุ่งเน้นให้เป็นไปตามมาตรการ DMHTT




  

“Modern Walk” อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินป้องกันหกล้ม คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 64 จาก วช.

“Modern Walk” อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินป้องกันหกล้ม คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 64 จาก วช.

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2564 ให้กับผลงาน Modern Walk อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินป้องกันการหกล้ม ด้วยระบบสปริง 2+2 ทิศทาง

            ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีนโยบายที่จะส่งเสริมและเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทย ซึ่งได้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและวงวิชาการเป็นส่วนรวม จึงได้จัดให้มีการประกาศเกียรติคุณนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติเป็นประจำทุกปี ในครั้งนี้ วช. ได้มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2564 ให้แก่ นายศักนรินทร์ ผิวเหลือง แห่งวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญและคณะ เนื่องจากเป็นนักวิจัยที่สร้างองค์ความรู้ทางการวิจัยที่สำคัญ ในการนำอุปกรณ์ช่วยพยุงเดินป้องกันการหกล้ม หรือ Modern Walk มาเป็นเครื่องมือที่มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความผิดปกติของร่างกาย ซึ่งมีความยากลำบากในการเดินหรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งนับว่าเป็นผลงานที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นผลงานที่รองรับสังคมสูงวัยในอนาคตอีกด้วย

             ด้านนายศักนรินทร์ ผิวเหลือง อาจารย์ประจำแผนกเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แห่งวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ กล่าวว่า Modern Walk อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินป้องกันการหกล้ม ด้วยระบบสปริง 2+2 ทิศทาง เป็นอุปกรณ์ช่วยพยุงเดินสำหรับผู้สูงอายุ มีหลักในการสร้างและออกแบบโดยออกแบบยึดตามโครงสร้างของร่างกายมนุษย์กล่าวคือ สามารถปรับความสูงต่ำได้ตามโครงสร้างร่างกายของผู้ใช้งาน ใช้ระบบป้องกันการหกล้มด้วยระบบสปริงแบบแยกส่วนได้ โดยสปริง 2 ตัวแรกจะยึดเข้ากับเข็มขัดที่อยู่ที่ตำแหน่งเอวและสปริงอีก 2 ตัวจะยึดเข้ากับเข็มขัดที่มีลักษณะคล้ายเสื้อกั๊ก มีตะขอเกี่ยวที่ตำแหน่งบ่าไหล่ทั้งสองข้างยึดเข้ากับโครงสร้างส่วนบน ซึ่งทั้งสองส่วนสามารถถอดแยกส่วนการใช้งานหรือใช้งานร่วมกันทั้งสองส่วนได้ โครงสร้างทั้งหมดเป็นสแตนเลส เกรด 304 มีข้อดี คือ มีน้ำหนักเบาไม่เป็นสนิม มีระบบเบรกมือซ้ายขวาและมีเบาะพับเก็บได้ในตัว ในกรณีผู้ใช้งานต้องการนั่งพักได้ออกแบบมือจับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กรณีที่ผู้ใช้งานต้องการให้ผู้ดูแลหรือญาติช่วยเข็น โดยผู้สูงอายุขึ้นนั่งที่เบาะและผู้ดูแลสามารถเข็นไปในที่ต้องการได้อย่างสะดวก

         สำหรับผลงาน Modern Walk อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินป้องกันการหกล้ม ด้วยระบบสปริง 2+2 ทิศทางนั้น มีอุปกรณ์ป้องกันการหกล้มด้วยสปริง 4  ทิศทางและมีอุปกรณ์ช่วยลดแรงกระแทกหากมีการหกล้ม สามารถรับน้ำหนักผู้ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 120 กิโลกรัม สามารถปรับใช้งานได้กับผู้มีความสูงตั้งแต่ 145 – 175 เซนติเมตร โดยวัสดุที่นำมาจัดสร้างเป็นสแตนเลส เกรด 304 ซึ่งมีคุณสมบัติไร้สนิมและมีน้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายหรือนำไปใช้งานได้สะดวก มีตะกร้าไว้เก็บสัมภาระด้านหน้าที่รับน้ำหนักได้ประมาณ 20 กิโลกรัม ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าว เหมาะสมกับการนำไปใช้ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความยากลำบากในการเดินในชีวิตประจำวัน อุปกรณ์ชิ้นนี้จะเป็นแบบ Passive ไม่มีระบบไฟฟ้ามาเกี่ยวข้อง ในส่วนของผลการทดสอบระบบการทำงานของ Modern Walk อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินป้องกันการหกล้มด้วยระบบ สปริง 2+2 ทิศทาง กับกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ระบบต่าง ๆ ในอุปกรณ์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ทุกประการ ซึ่งปัจจุบัน ผลงานดังกล่าวอยู่ในระหว่างการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) จาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...