วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565

สธทท. ร่วมงาน “ประเพณีแห่ยักษ์คุ ประจำปี 2565” อัตลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก จังหวัดอำนาจเจริญ

สธทท. ร่วมงาน “ประเพณีแห่ยักษ์คุ ประจำปี 2565” อัตลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก จังหวัดอำนาจเจริญ  





ยักษ์คุ มีตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตประเทศลาว (สปปล.) ตรงกันข้ามกับที่ว่าการอ.ชานุมาน (หลังเก่า) มีปราสาทหินและมียักษ์ตนหนึ่งมานั่งลงกราบไว้บริเวณใกล้ฝั่งเขตไทย รอยคุกเข่า และรอยนั่งปรากฏเป็นบึ่งเล็กๆ อยู่ ชาวบ้านจึงตั้งชื่อชุมชนว่า บ้านยักษ์คุ "คุ" แปลว่า คุกเข่า

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงร่วมกับจังหวัดอำนาจเจริญ และหน่วยงานพันธมิตร จัดงานประเพณีแห่ยักษ์คุ อัตลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี 2565 ในวันที่ 1 – 3 เมษายน 2565 ณ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ งานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก

โดยในช่วงบ่ายของวันที่ 1 เมษายน 2565 นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานปลุกเสก “ท้าวเวสสุวรรณ” มี พระครูสิริสีลวัตร (ประสงค์ สุจิตฺโต) รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ และเจ้าอาวาสวัดอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ และอาจารย์คฑา ชินบัญชร อาจารย์ด้านโหราศาสตร์ชื่อดัง เป็นผู้นำในการปลุกเสก ต่อหน้า “พระเจ้าใหญ่ลือชัย” หรือ “พระฤทธิ์ลือชัย” พระประธานในอุโบสถวัดอำนาจ โดยมีนายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) นายสุเทพ อารมณ์รักษ์ รองนายก สธทท. นายสมเกียรติ ปิติภาคดวงสิน รองประธานการตลาดในประเทศ ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย และผู้จัดการทั่วไปบริษัท สกลนครทราเวล จำกัด นายสมชาย ชมพูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. ท่ามกลางประชาชนมากมายร่วมในพิธีด้วย




ในช่วงเย็นก็เป็นพิธีเปิด “งานประเพณีแห่ยักษ์คุ อัตลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี 2565” หนึ่งเดียวในโลก โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานปิดงาน โดยมี นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) นายสุเทพ อารมณ์รักษ์ อุปนายก สธทท. และประธานฝ่ายการตลาดกรุงเทพมหานครและภูมิภาคภาคกลาง สธทท. พร้อมด้วย นายสมเกียรติ ปิติภาคดวงสิน  รองประธานการตลาดในประเทศ ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สธทท. และผู้จัดการทั่วไปบริษัท สกลนครทราเวล จำกัด นายสมชาย ชมพูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. อาจารย์คฑา ชินบัญชร อาจารย์ด้านโหราศาสตร์ชื่อดัง และอาจารย์ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์และออกแบบภาพลักษณ์ธุรกิจอาหาร การเกษตรและท่องเที่ยวชุมชน รวมทั้งตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมงานมากมาย ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอชานุมาน (หลังเก่า) อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ








           โดยภายในงาน ประชาชนที่มาร่วมงานต่างแต่งหน้าหรือใส่หน้ากากเป็นยักษ์จำนวนมากมาร่วมชมขบวนแห่ยักษ์คุ ที่ประกอบด้วย ขบวนรถแห่ยักษ์ของแต่ละอำเภอที่นำขบวนด้วยนางยักษ์ที่ร่ายรำอ่อนช้อยสวยงาม โดยมี น้องนิต้า-มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์ นางสาวไทย ประจำปี 2565 ทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว พร้อมด้วยรองนางสาวไทยทั้ง 4 คน ได้แก่ น้องมุก-อัญพัชร์ ปิติประจักษ์วัชร รองอันดับ 1 น้องนิด้า-วนิดา ดอกกุหลาบ รองอันดับ 2 น้องนิกกี้-อธิชา เรนนี่ รองอันดับ 3 และไข่มุก-ศรณ์เศรฏฐ์ วิทยาเรืองสุข รองอันดับ 4 ร่วมร่ายรำด้วย และมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิชมการแสดงแสง สี เสียง ตำนานยักษ์คุ ชมหมู่บ้านยักษ์ ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานชมเมือง เล่าเรื่องชานุมาน รวมทั้งคาราวานรถยนต์เข้าร่วมงานประเพณี เป็นต้น








               การจัดงานประเพณีแห่ยักษ์คุนับว่าเป็นอัตลักษณ์ของอำเภอชานุมานจังหวัดอำนาจเจริญ ในปีนี้กำหนดจัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 1-3 เมษายน 2565 ผสมผสานกับการเสนอขาย “อำนาจเจริญเมือง 5 อำนาจ” หรือ “เที่ยวเมืองอารมณ์ดี 555” โดยชูจุดขายประสบการณ์เรื่องความเชื่อความศรัทธา 5 แห่ง ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยว 5 เพิ่มพลังอำนาจ ประกอบด้วย พระมงคลมิ่งเมือง วัดอำนาจ วัดพระเหลาเทพนิมิต วัดพระศรีเจริญ และวัดสี่แยกแสงเพชร อาหารถิ่น 5 เมนูอร่อย เมื่อมาเมืองยักษ์แห่งนี้ คือ ส้มตำสมุนไพรสูตรคุณยายเมืองอำนาจ ลาบลืออำนาจ เนื้อแห้งสำราญสูตรโบราณ100ปี ข้าวเหนียวเกษตรอินทรีย์เพิ่มพลังอำนาจ และเมนูแนะนำจาก ผวจ. ปลาบู่ 7 ลุ่มน้ำเมืองอำนาจ  รวมทั้งสินค้าของฝากของที่ระลึก5อย่างห้ามพลาด ประกอบด้วย พระเครื่อง (วัตุมงคล) ผ้าลายขอเอื้อ (อำนาจ-เจริญ) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรพนา หัตถกรรมเสื่อกกทอมือ และเนื้อแห้งสำราญอำนาจเจริญ ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาค และเกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ ทำให้เกิดรายได้ทางการท่องเที่ยว อีกทั้งช่วยเยียวยาชุมชนท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในจังหวัดอำนาจเจริญและใกล้เคียงภายหลังสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด

 


วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2565

จบต้นตอ ก่อนเกิดโรคไต

จบต้นตอ ก่อนเกิดโรคไต



           ผู้ป่วยโรคไตในปัจจุบันมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังกว่า 17.6 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการจบต้นต่อการเกิดโรคไต การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อไตจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะไตไม่ได้มีหน้าที่แค่ขับถ่ายของเสียเท่านั้น แต่รวมถึงการรักษาสมดุลต่างๆ ของร่างกายด้วย เมื่อไตแข็งแรงก็จะมีสุขภาพที่ดีด้วย

           พญ.นลินี สายประเสริฐกิจ แพทย์อายุศาสตร์โรคไต ศูนย์โรคไต รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า คนเราจะมีไต 2 ข้างและทำหน้าที่ในการขับของเสียและดูดซึมน้ำ รักษาสมดุลเกลือแร่ กรดด่างของร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต ผลิตฮอร์โมนควบคุมการทำงานของเม็ดเลือด รักษาสมดุลแคลเซียมต่างๆ เพราะฉะนั้นหากไตมีปัญหา จะทำให้ไตเกิดความผิดปกติทั้งหมด โดยโรคไตแบ่งออกเป็นไตวายเฉียบพลัน และไตวายเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลันคือการทำงานของไตที่ผิดปกติในช่วงเวลาอันสั้น เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว แต่สามารถรักษาให้กลับสู่ภาวะปกติได้ ไตวายเรื้อรัง คือ ภาวะที่ไตมีความผิดปกติ ค่าการทำงานของไตต่ำลงเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง หรือมีระยะเวลานานกว่า 3 เดือน กลุ่มเสี่ยงในการเกิดโรคไต อาทิ คนไข้ที่เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้วจะมีความเสี่ยงเป็นโรคไตร่วมด้วย คนไข้ที่มีความดันโลหิตสูงจะสัมพันธ์กับไต เพราะไตเป็นอวัยวะที่เต็มไปด้วยหลอดเลือด เมื่อมีความดันโลหิตสูงจะส่งผลถึงไตโดยตรง ภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน หรือ กลุ่มคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดต่างๆ เช่น หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป เพราะอัตราการทำงานของไตลดลง กลุ่มคนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่นถุงน้ำในไต เป็นต้น กลุ่มคนเป็นเกี่ยวกับโรคข้อ โรค SLE และนอกจากนี้จะเป็นผู้ป่วยที่มีประวัติการใช้ยา การได้รับสารพิษ


             เมื่อไตทำงานลดลง ไม่สามารถทำงานได้ปกติ เกิดการเสื่อมสภาพลงอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นหัวใจสำคัญในการชะลอไตวายเรื้อรัง  ช่วยควบคุมอาการและดูแลไม่ให้ไตทำงานหนักจนเกินไป โดยอาหารที่ควรระมัดระวังในการรับประทานคือ

 1) เนื้อสัตว์ เพราะหากรับประทานมากจนเกินไปจะส่งผลเสีย ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นและเกิดการคั่งของของเสีย แต่หากรับประทานน้อยไปอาจสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกันตำลง เสี่ยงในการเสียชีวิตได้ 

2) ข้าวและแป้ง อาหารกลุ่มนี้มีแหลงโปรตีนในปริมาณที่แตกต่างกัน อาจทำให้ผู้ป่วยไตเสื่อมระยะ 3-5 จำกัดการรับประทานโปรตีนได้ยาก ผู้ป่วยควรได้รับความรู้ในการเลือกกลุ่มแป้งที่ถูกต้องและปลอดภัย เช่น วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ และสาคู เพื่อให้การรักษาโรคไตเสื่อมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

3) ไขมัน ไขมันที่ดีคือไขมันไม่อิ่มตัวสูง ไขมันอิ่มตัวสูงพบในมันและหนังสัตว์ น้ำมันจากสัตว์ เป็นต้น 

4) ผักและผลไม้ เเหล่งเเร่ธาตุที่มีความสำคัญมาก เเต่เมื่อไตสูญเสียความสามารถในการรักษาสมดุลเกลือเเร่บางตัว การเลือกรับประทานผักผลไม้ที่มีเเร่ธาตุต่ำจึงมีความสำคัญต่อการรักษาอย่างมาก ผลไม้กับผลที่ควรเลือกทานขึ้นอยู่กับ ระดับโพแทสเซียม เเมกนีเซียม เเคลเซียม เเละโซเดียมในเลือดขณะนั้น 

5) เกลือ หากรับประทานมากเกินไปจะทำให้ได้รับโซเดียมเกินความจำเป็น อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น 

6) น้ำ ผู้ที่ไตขับปัสสาวะได้ลดลงมีความจำเป็นต้องจำกัดปริมาณน้ำดื่มเพื่อป้องกันภาวะบวมน้ำเเละน้ำท่วมปอด ปริมาณน้ำที่ควรดื่มในแต่ละวันจะนับรวมถึงอาหารทุกชนิดที่เป็นของเหลวเเละเครื่องดื่ม เช่น น้ำเปล่า ซุป น้ำผลไม้ น้ำผัก 

        และไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องดูแล โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตต้องใส่ใจเป็นพิเศษ อยากให้ทุกคนตระหนักถึงโรคไตและป้องกันโรคไตด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลี่ยงอาหารเค็มจัด หวานจัด ดื่มน้ำวันละ 8 - 10 แก้ว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ ตรวจคัดกรองไตอย่างน้อยปีละครั้ง สำหรับผู้ป่วยโรคไตควรพบแพทย์ตามนัดหมายและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลกรุงเทพ  โทร.1719  แอดไลน์ : @bangkokhospital  


วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565

ททท. ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาท่องเที่ยววัดพระธาตุช่อแฮ่ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ พระธาตุประจำปีนักษัตร “ปีขาล”

ททท. ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาท่องเที่ยววัดพระธาตุช่อแฮ่

พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ พระธาตุประจำปีนักษัตร  “ปีขาล”


ปี พ.ศ. 2565 ตรงกับปีนักษัตรปีขาล จังหวัดแพร่ซึ่งมี “องค์พระธาตุช่อแฮ” พระธาตุประจำ ปีนักษัตร “ปีขาล”  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาท่องเที่ยววัดพระธาตุช่อแฮ่ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ พระธาตุประจำปีนักษัตร  “ปีขาล”  มาสัมผัสประสบการณ์ย้อนเสน่ห์วันวาน




 โดยเช้าวันนี้ 12 มีนาคม 2565 ททท. นำโดย นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคภาคเหนือทุกสำนักงาน เข้าร่วม “พิธีสืบชะตาโบราณ” และ  “ถวายตุงเสริมชัยมงคล” ณ วัดพระธาตุช่อแฮ วัดอารามหลวง ซึ่งเป็นกิจกรรมนำร่องสร้างกระแสให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี




สอบถามข้อมูลการจัดกิจกรรมรวมพลคนปีขาล ได้ที่ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง โทรศัพท์ 082 893 7334 รวมถึงข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ ได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ (พื้นที่รับผิดชอบ แพร่,อุตรดิตถ์) โทรศัพท์ 054 521 127 และ Facebook Page : ททท.สำนักงานแพร่

#รวมพลคนปีขาล

#เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม

#ทำบุญสืบชะตา

#วัดพระธาตุช่อแฮ

 

50 ปี รพ. กรุงเทพ เป็นมากกว่าโรงพยาบาล ดูแลสุขภาพคุณทุกที่ ทุกเวลา

50 ปี รพ. กรุงเทพ เป็นมากกว่าโรงพยาบาล 

ดูแลสุขภาพคุณทุกที่ ทุกเวลา

เนื่องในโอกาสก้าวขึ้นสู่ปีที่ 50 ของโรงพยาบาลกรุงเทพ  ภายใต้การบริหารงานของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS  เรามุ่งมั่นยกระดับการให้บริการทางการแพทย์สู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ มุ่งบริการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว และเข้าถึงการรักษาได้ง่าย เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ปีนี้ชูคอนเซ็ปต์ “เป็นมากกว่าโรงพยาบาล (More Than Hospital) ดูแลสุขภาพคุณทุกที่ ทุกเวลา” ผ่านแคมเปญการตลาดตลอดทั้งปี  เพื่อขอบคุณผู้รับบริการที่ให้การสนับสนุนและกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมความเชื่อมั่นในมาตรฐานการให้บริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้สูงขึ้น ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว สอดคล้องกับพันธกิจของโรงพยาบาลที่ดูแลทุกท่านมาตลอด 50 ปี

พญ.เมธินี ไหมแพง รองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ตลอด 50 ปีที่โรงพยาบาลกรุงเทพ มุ่งมั่นให้การรักษาผู้ป่วยทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ ให้ได้รับประสบการณ์การรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว โรงพยาบาลได้ยกระดับการทำงานให้เป็น Healthcare Intelligence เพื่อนอัจฉริยะที่รู้ใจทุกเรื่องสุขภาพ เต็มรูปแบบ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการระบบภายในโรงพยาบาล โดยมีคนไข้เป็นศูนย์กลาง ในทุกกระบวนการของระบบปฏิบัติการรักษาพยาบาล มีการเชื่อมต่อและส่งต่อข้อมูลระหว่างกันตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ จากทุกที่ทุกเวลา พร้อมทั้งเปิดแอปพลิเคชันมายบีพลัส (My B+)  รองรับการใช้งานของผู้มารับบริการได้ทุกการรักษา



ซึ่งแอปพลิเคชัน My B+ คู่หูดูแลสุขภาพคุณ เป็นตัวกลางที่เชื่อมการทำงานย่อส่วนจากระบบปฏิบัติภายในโรงพยาบาล ให้คุณเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่สะดวก รวดเร็ว ตั้งแต่การนัดหมายแพทย์แบบ real-time appointment การปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ผ่านระบบ Tele-consultation  ดูประวัติติดตามผลตรวจสุขภาพและข้อมูลยา ดูผลการตรวจ COVID-19 ภายใน 24 ชั่วโมง และการชำระเงิน ไปจนถึงข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ซึ่งในสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสุขภาพอื่น ๆ ได้ง่ายมากขึ้น รวดเร็ว ลดการเดินทาง ลดโอกาสในการติดเชื้อ  เช่น โรงพยาบาลบริการตรวจและรายงานผล COVID-19 ในกลุ่มกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่ถ่ายทำในสถานที่ต่าง ๆ ภายในประเทศไทย ช่วยอำนวยความสะดวก ทราบผลการตรวจได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถดำเนินการถ่ายทำและคัดกรองทั้งคนไทยและต่างชาติให้ปลอดเชื้อได้อย่างชัดเจน  ในขณะที่ทางโรงพยาบาลก็สามารถขยายบริการดูแลผู้ป่วยได้ทั่วถึงในทุกที่ ทุกเวลาในหลายๆ สถานที่พร้อมๆ กัน


นอกจากในปีนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพได้ร่วมมือกับเครือ BDMS จัดแพ็กเกจ BDMS Screening ครอบคลุมการตรวจคัดกรอง 3 โรคร้าย ด้านสมอง มะเร็ง เเละหัวใจ เพื่อตอกย้ำความตั้งใจในการดูเเลสุขภาพของคนไทย สำหรับบุคคลอายุ 35 ขึ้นไป ในราคา 5,550 บาท ประกอบด้วย การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง โดยเพศชายจะตรวจอวัยวะภายในช่องท้องส่วนบนโดยใช้คลื่นความถี่สูง (Ultrasound Upper Abdomen) ได้แก่ ตับ ม้าม ถุงน้ำดี ท่อน้ำดี ไต ส่วนเพศหญิงจะเป็นการตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยดิจิทัลแมมโมเกรมและอัลตราซาวนด์ (Digital Mammogram and Ultrasound both sides) เพื่อวินิจฉัยหาความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งสามารถตรวจได้ทั้งเมื่อมีอาการและยังไม่เกิดอาการผิดปกติ การตรวจคัดกรองโรคสมองและระบบประสาท เป็นการตรวจดูผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง (Carotid Doppler Ultrasound) ตรวจหาคราบหินปูนที่อยู่ตามบริเวณหลอดเลือดที่คอเพื่อดูภาวะตีบแคบของหลอดเลือด และการตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นการตรวจวัดระดับแคลเซียมหรือหินปูนของผนังหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Coronary Calcium Score) เพื่อประเมินความเสี่ยงซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เพราะการตรวจสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ ทำให้เราได้รู้เท่าทันความเสี่ยงต่อโรคร้าย และช่วยหาโรคที่ไม่แสดงอาการในช่วงระยะแรกได้ เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อซื้อโปรแกรม BDMS Screening เข้ามาทำนัดและรับบริการที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ (ซ.ศูนย์วิจัย) พร้อมช่องทางการจัดจำหน่าย สั่งซื้อคูปอง E – Coupon ทาง 4 ช่องทางออนไลน์  คือ 1. ผ่านแอปฯ Shopee โดยค้นหาหน้าร้านออฟฟิเชียลสโตร์ BangkokHospital_official บน Shopee Mall 2. Line chatbot : @BplusOnline ของโรงพยาบาลกรุงเทพ 3. www.Health-Plaza.com : BangkokHospital  4. www.savedrugonline.com  ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2565 โดยสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 31 สิงหาคม 2565   ในเฟส 2 เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2565 เน้นการผ่าตัด ทำโปรโมชั่นหัตถการผ่าตัดข้อเข่าเทียม   ในราคา 250,000 บาท  โดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สหสาขาวิชาที่ชำนาญการ ช่วยให้คุณฟื้นตัวไว คืนการเคลื่อนไหวให้คุณได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเร็วยิ่งขึ้น

            ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในฐานะที่ รพ. กรุงเทพ เป็นส่วนหนึ่งของ BDMS ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาและขยายการดำเนินงานด้านความยั่งยืนสู่ระดับสากล โดยการกำหนดแผนแม่บทเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมสามารถพัฒนาควบคู่กันไปได้อย่างมีดุลยภาพ โดยได้นำแผนดังกล่าวนำมาปรับใช้ในการทำงานขั้นพื้นฐาน และผลักดันให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์และวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงการกำกับดูแลการดำเนินงานขององค์กรจากปัจจุบันสู่อนาคต และเราจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงคู่ประเทศและสังคมโลกต่อไป จนได้รับจัดอันดับเข้าเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ DJSI  (Member of Dow Jones Sustainability Indices) ถือเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างยั่งยืน ภายใต้เกณฑ์ที่มุ่งเน้นกิจกรรมเสริมสร้างความยั่งยืนทั้ง 3 มิติคือ ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม(Environment) การดูแลสังคม (Social) และมีธรรมาภิบาลทางธุรกิจ (Governance)

กิจกรรมเพื่อสังคมเป็นอีกสิ่งที่โรงพยาบาลกรุงเทพให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าพันธกิจทางการรักษาพยาบาลที่เน้นมาตรการความปลอดภัยและมาตรฐานการรักษา โดยเฉพาะในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทางโรงพยาบาลได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน สนับสนุนวาระแห่งชาติ จัดบริการหน่วยฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกสถานพยาบาลและภายในโรงพยาบาล เพื่อบริการฉีดให้กับประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยให้สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย และช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 – กุมภาพันธ์ 2565  เราให้บริการฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 300,000 คน พร้อมทั้งจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬาทอ.(ธูปะเตมีย์) รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ประมาณ 100 เตียง  รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินในภาวะวิกฤต ด้วยแคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ ช่วยให้คนไข้และบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับความปลอดภัยสูงสุดขณะลำเลียง และเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อจากคนไข้สู่บุคลากรและสิ่งแวดล้อม และในปีนี้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก วัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเด็กตามโรงเรียนต่าง ๆ  และเพื่อต่อยอดการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืนให้กับประชาชน เตรียมจัดอบรมการสอนช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน Basic Life Support ช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และการช่วยผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ  ให้กับชุมชน โรงเรียน สถานตำรวจ และบริษัทเอกชนต่าง ๆ  เพื่อให้ทุกคนมีความรู้และประยุกต์ใช้จริง หากเกิดภาวะฉุกเฉินขึ้นภายในบ้านหรือสถานที่ที่อยู่อาศัย กิจกรรมนี้จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

 

 


 

 

  

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2565

โรงพยาบาลกรุงเทพ มอบโปรแกรมตรวจสุขภาพ BDMS Screening คัดกรองสมอง มะเร็ง หัวใจ ราคา 5,550 บาท วันนี้ – 31 มีนาคม 2565

โรงพยาบาลกรุงเทพ มอบโปรแกรมตรวจสุขภาพ BDMS Screening คัดกรองสมอง มะเร็ง หัวใจ ราคา 5,550 บาท วันนี้ – 31 มีนาคม 2565

 ร่วมฉลองปีที่ 50 กับ BDMS เครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของไทย โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่        (ซ.ศูนย์วิจัย) เราขอเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพคุณและขอมอบสิ่งดีๆ ให้คุณและครอบครัว ขอเชิญทุกท่านมาตรวจสุขภาพ ด้วย โปรแกรมตรวจสุขภาพ BDMS Screening ตรวจคัดกรอง 3 โรคร้าย สมอง มะเร็ง หัวใจ ราคา 5,550 บาท อาทิ การตรวจคัดกรองโรคสมองและระบบประสาท เป็นการตรวจดูผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง (Carotid Doppler Ultrasound) ดูภาวะตีบแคบของหลอดเลือด การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง ในเพศชายจะตรวจอวัยวะภายในช่องท้องส่วนบนโดยใช้คลื่นความถี่สูง (Ultrasound Upper Abdomen)  ได้แก่ ตับ ม้าม ถุงน้ำดี ท่อน้ำดี ไต ส่วนเพศหญิงจะเป็นการตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ 2 ข้าง (Digital Mammogram and Ultrasound Breast- Both Sides) เพื่อวินิจฉัยหาความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และการตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นการตรวจวัดระดับแคลเซียมหรือหินปูนของผนังหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Coronary Calcium Score)  เพื่อประเมินความเสี่ยงซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โปรแกรมตรวจนี้สำหรับบุคคลอายุ 35 ขึ้นไป

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อซื้อโปรแกรม BDMS Screening เข้ามาทำนัดและรับบริการที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ (ซ.ศูนย์วิจัย) ได้ที่เคาน์เตอร์ชีววัฒนะ ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ (ซ.ศูนย์วิจัย) โทร 02 310 3245 หรือช่องทางการจัดจำหน่าย สั่งซื้อคูปอง     E–Coupon ทาง 4 ช่องทางออนไลน์ 1. ผ่านแอปฯ Shopee ต้อนรับแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “Shopee 3.15 Consumer Day คืนกำไรให้นักช้อป”  โดยค้นหาหน้าร้านออฟฟิเชียลสโตร์ BangkokHospital_official บน Shopee Mall 2. Line chatbot  : @BplusOnline ของโรงพยาบาลกรุงเทพ   3. Health Plaza :  BangkokHospital  4.   www.savedrugonline.com  ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2565 โดยสามารถรับบริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 31 สิงหาคม 2565  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.bangkokhospital.com

 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...