วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย เปิดนิทรรศการภาพวาดยูเครน ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย

เปิดนิทรรศการภาพวาดยูเครน 

ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

                                         


                                       
               ฯพณฯ มร. อันดรีย์ เบซตา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ดร.ปรีชา ถิรกิจพงศ์  กงสุลกิตติมศักดิ์ สถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย H.E. Ms. Raushan Yesbulatova เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย และ H.E. Ms. Itzel Karina Chen Chan เอกอัครราชทูตปานามาประจำประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติมาร่วมในงานมากมาย ณ บริเวณโถงชั้น 4 - 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)


นิทรรศการภาพวาด “สาวยูเครนกับศิลปะแนวใหม่”  จะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ณ บริเวณโถงชั้น 4 - 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) โดยเป็นนิทรรศการในครั้งนี้จะเป็นการรวมผลงานของศิลปินชาวยูเครนที่มีชื่อเสียงโด่งดังจำนวน 3 ท่าน  ได้แก่

มิสเทเทียน่า เชอเรวาน นำเสนอผลงานที่เน้นภาพวาดบรรยากาศเป็นหลัก เธอรักการท่องเที่ยว และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ได้เห็นสถานที่ต่างๆ มาถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมาเที่ยวที่เกาะสมุยของไทยในปีพ.ศ. 2560 ก็ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในผลงานด้วยเช่นกัน 



               มิสนาตาเลีย โควปาโกวา เธอเกิดในครอบครัวที่ไม่มีผู้ใดฉายแววด้านงานศิลปะเลย แต่จากการทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ในหลายๆ พื้นที่ จึงทำให้มีผลงานสะสมเป็นคอลเลกชั่นส่วนตัวในประเทศเยอรมัน ตุรกี อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งแคยได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศไทย จนสร้างสรรค์ผลงานลงบนผ้าไหมไทยด้วย



และ มิสโดมินิกา ไดกา ผู้สร้างผลงานให้เห็นถึงความหลากหลายของศิลปะในแต่ละท้องถิ่นของประเทศยูเครน โดยเฉพาะศิลปะการแต่งกายของผู้หญิง เน้นความสวยงามของผ้าโพกศีรษะ ที่สืบทอดวัฒนธรรมการแต่งกายมาตั้งแต่ยุคโบราณ เน้นสีสัน ลวดลาย โดยเฉพาะการปักต่างๆ

โดยผลงานภาพวาดของศิลปินทั้ง 3 ท่าน แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของศิลปะแนวใหม่ในแต่ละพื้นที่

 

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

มหาศรัทธาจารึก หล่อหลอมดวงใจให้เป็นหนึ่ง เดียว พิธีมหามงคลฤกษ์ เททองและพุทธาภิเษก มหามงคลวัตถุ วาระ 1 พระเทพวิทยาคม หลวง พ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ๋ที่สุด

มหาศรัทธาจารึก หล่อหลอมดวงใจให้เป็นหนึ่ง

เดียว พิธีมหามงคลฤกษ์ เททองและพุทธาภิเษก 

มหามงคลวัตถุ วาระ 1 พระเทพวิทยาคม หลวง

พ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ๋ที่สุด



เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา วัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จัดงานมหาศรัทธาจารึก หล่อหลอมดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียว พิธีมหามงคลฤกษ์ เททองหล่อพระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ่ที่สุด และพุทธาภิเษก มหามงคลวัตถุ วาระ 1 มี พระเทพวิสุทธิเมธี รองเจ้าคณะภาค 11 วัดเทพธิดารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยเกจิอาจารย์จากวัดต่างๆ ที่มานั่งปรกอธิษฐานจิตในพิธีมหามงคลฤกษ์ เททองหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ๋ที่สุดและพุทธาภิเษก มหามงคลวัตถุในครั้งนี้ โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาโครงการสร้างหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ (องค์ใหญ่ที่สุด) เป็นประธานในพิธีฯ




    

พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์ที่มีชื่อเสียงของหลวงพ่อคูณ อาทิ นายประเสริฐ บูญชัยสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.อภัย จันทนจุลกะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายอุทัย มิ่งขัวญ รองเลขาธิการพรรคชาติพัฒนา พ.ต.อ.ภูไท เชาว์สูงเนิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรด่านขุนทด พ.ต.ท.สามารถ วงศ์ประทุมมาลล์ สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรด่านขุนทด นายสนอง หวังหยิบกลาง รองประธานบริหารโครงการวัดบ้านไร่สร้างหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ (องค์ใหญ๋ที่สุด) / เลขานุการ / ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ นายสิทธิชัย เทพภูษา นายอำเภอด่านขุนทด นายชาตรี ศรียาภัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง น.ส.ธานี เพชรไพร รองผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางนาฎธยาน์ แสนประสิทธิ์นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดพิมาน นายวินัย  ปุญยรัชตปรีชา ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา  นายไชยนันท์ แสงทอง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา และนายกิตติชัย ตรีรัตนวิชชา อาจารญ์สิลปินประติมากรรมงานปั้นองค์ต้นแบบหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ รวมทั้งพี่น้องประชาชนชาวโคราช ชาววัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทดมาร่วมงานว่า 3,000 คน



     นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาโครงการสร้างหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ๋ที่สสุด กล่าว่า “วันนี้ก็เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ และก็มีความหมาย พี่น้องประชาชนชาวโคราช ชาววัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด และประชาชนที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ ที่จะได้ร่วมในพิธีมหามงคลฤกษ์ เททองหล่อหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ่ที่สุด มีหน้าตักกว้าง 19 เมตร สูง 27 เมตร และจะประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านไร่ ซึ่งศิษยานุศิษย์และพี่น้องประชาชนต้องการที่จะสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงหลวงพ่อคูณ และต้องการให้วัดบ้านไร่มีสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ครบถ้วน เพราะเดิมทีก็มีวิหารเทพวิทยาคมที่อยู่กลางน้ำ พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ พระอุโบสถ และพระบรมสารีริกธาตุ สิ่งนี้ก็จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทางวัดจะสร้างขึ้น เพราะต้องการให้พี่น้องประชาชนมากราบไว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล และได้เรียนรู้คำสั่งสอนต่างๆ ที่หลวงพ่อคูณได้มอบไว้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพุทธศานิกชน ที่จะใช้เป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข ก็เลยได้ร่วมแรงร่วมใจกันที่จะสร้างหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ ซึ่งผู้ออกแบบก็ได้นึกถึงบุคลิกหรืออิริยาบถของหลวงพ่อคูณว่า ท่าทางไหนผูกพันกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ก็ได้นึกถึงเวลาที่หลวงพ่อท่านยังอยู่และอยู่ที่วัด พี่น้องประชาชนก็จะมากราบไหว้ให้ท่านเคาะศีรษะ ทุกท่านคงจำได้หลวงพ่อก็จะนั่งยองๆ และก็มีกระบอง บางทีก็ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์มาม้วน แล้วก็เคาะศีรษะ แล้วก็จะให้พร ก็เลยคิดว่าด้วยอริยาบทที่อยู่ในความทรงจำของพี่น้องประชาชน ก็เลยจะจำลองรูปของหลวงพ่อคูณที่ผมบอกก็เลยเป็นท่านั่งยองๆ หน้าตักกว้าง 19 เมตร สูง 27 เมตร ส่วนของกระบองที่ทำก็เหมือนกับว่าหลวงพ่อก้มลงเคาะศรีษะ




 หวังว่าเมื่อสร้างเสร็จ พี่น้องประชาชนที่มากราบไหว้ก็สามารถเอาศีรษะไปแนบกับกระบองของหลวงพ่อ ได้รับพรของหลวงพ่อเหมือนตอนที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ อันนี้ก็ต้องใช้ปัจจัยในการสร้างพอสมควร ฉะนั้นวันนี้ทางวัดก็เลยได้บอกบุญ เรียนเชิญพุทธศานิกชน ก็ถือว่าเป็นการเททอง และก็เริ่มรับทำบุญที่จะเป็นทุนในการก่อสร้าง และทุกคนก็ตั้งใจว่า เมื่อสร้างหลวงพ่อในท่านั่งยองๆ ถือกระบองในการที่จะให้พรแล้ว ก็ต้องการพัฒนาวัดบ้านไร่ให้เป็นวัดตัวอย่างในการที่จะให้พี่น้องประชาชนเข้าวัด มาเที่ยววัด มาเที่ยวศาสนสถาน เหมือนกับท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมทั้งให้คนไทยและคนต่างประเทศมาที่นี่เพื่อเรียนรู้หลักธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา เพราะมีอยู่ครบเลย ไม่ว่าในวารเทพวิทยาคม พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ โดยเฉพาะคำสั่งสอนของหลวงพ่อคูณที่ได้สอนพวกเราไว้ตลอด อย่างเช่น ท่านจะบอกว่า “คำพูดเป็นนาย อย่าให้เงินมาเป็นเจ้านาย ยิ่งให้ก็ยิ่งมี ทำอะไรก็อย่าประมาท ท่านก็พูดว่าอย่าไปยุ่งพวกยาบ้า ยาเสพติดทั้งหลาย” ท่านก็ยังให้คำสอนต่างๆ ที่พวกเรายึดถือ 





ฉะนั้นเมื่อพวกราดำเนินการทุกอย่างให้แล้วเสร็จ ต่อไปวัดบ้านไร่ก็จะมีความสวยงาม ก็จะเป็นสถานที่พุทธศานิกชนจะได้เข้ามากราบไหว้ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และขณะนี้ก็ได้รับคำปรึกษาหารือจากมหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดนครราชสีมา ในการส่งอาจารย์เข้ามาศึกษาเพื่อที่จะส่งเสริมทางด้านวิชาการ และเสริมทางด้านภูมิทัศน์ เพื่อให้มีความพร้อมในการที่จะต้อนรับผู้ที่จะเข้ามาที่วัดบ้านไร่ ขณะนี้มหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดนครราชสีมากำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ ท่านอธิการบดีมหาวิยาลัยฯ บอกว่าจะใช้เวลาแประมาณไม่เกิน 2 เดือน เมื่อเสร็จแล้วก็จะเข้ามาปรับปรุงในเรื่องของวิชาการ ที่จะทำให้องค์ประกอบของวัดมีความสวยงาม มีความเรียบร้อย มีแผนที่ท่องเที่ยว มีข้อมูลต่างๆ ทั้งระบบ รวมทั้งระบบออนไลน์ด้วย ก็อยากที่จะเรียนเชิญบอกบุญไปยังพุทธศานิกชน ลูกศิษย์หลวงพ่อได้มาร่วมกัน มีจิตศรัทธาคนละเล็กคนละน้อย เพื่อให้การดำเนินการจัดสร้างหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ให้สำเร็จลุล่วง



ด้าน นายสนอง หวังหยิบกลาง รองประธานบริหารโครงการวัดบ้านไร่สร้างหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ๋ที่สุด / เลขานุการ / ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ และทีมคณะกรรมการ กล่าวว่า “วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้สร้างบุญใจ ในพิธีพิธีมหามงคลฤกษ์ เททองหล่อหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ่ที่สุด และพุทธาภิเษก มหามงคลวัตถุ วาระที่ 1 พี่น้องประชาชน ศิษยานุศิษย์มาในพิธีเทองครั้งนี้อย่างมากมายประมาณ 3,000 คน และในงานนี้เราได้จัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นพิเศษ พระผงกายทิพย์ (รุ่นรวยทั้งแผ่นดิน) โดยมีมวลสารเส้นผมและจีวรหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ และองค์หล่อรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ขนาด 3.9 นิ้ว 4.9 นิ้ว 9 นิ้ว 





ศิษยานุศิษย์และประชาชนทั่วไป สนใจสามารถสั่งจองได้ที่วัดบ้านไร่  หรือ โทร. 088-668-8819, 086-867-6948 และ 094-271-1908


โปรโมชั่น ! กุ้งเผามันเยิ้ม 2 ตัว 159 บาท ที่โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

 โปรโมชั่น ! กุ้งเผามันเยิ้ม 2 ตัว 159 บาท 

ที่โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

THE BERKELEY STREET BAR (สตรีท บาร์) เปิดใหม่สไตส์ชิคๆ บริเวณด้านหน้าของโรงแรมฯ ในสไตล์ Open-air บริการทั้งอาหารไทยและเทศหลากหลายเมนู พร้อมซีฟู้ดปิ้งย่างร้อนๆ และบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ในราคาย่อมเยาว์ ให้คุณมานั่งชิลล์ๆ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังเพลงสบายๆ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักในย่านแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมืองประตูน้ำ ให้คุณชวนแก๊งค์เพื่อนๆ มากิน ดื่ม เที่ยว ปาร์ตี้ และถ่ายรูปเช็คอินกัน

THE BERKELEY STREET BAR (สตรีท บาร์) เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00– 22.00 น. ช่วงนี้มีโปรโมชั่น ! กุ้งเผามันเยิ้ม 2 ตัว เพียง 159 บาท และเครื่องดื่มเริ่มต้นเพียงแก้วละ 49 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 02 309 9999 ต่อ 3134

 

 

 

  

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตอกย้ำภารกิจ “ส่งเสริมการศึกษา” เปิดโครงการต้นแบบ ช่วยเหลือเยาวชนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 1

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตอกย้ำภารกิจ “ส่งเสริมการศึกษา” เปิดโครงการต้นแบบ ช่วยเหลือเยาวชนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 1 


          มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง   โดยนายวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมทีมงานสังคมสงเคราะห์ มอบทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาสำหรับเยาวชนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ประจำปี 2563  ณ โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม สาขาแม่กลองคี   และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา บ้านหม่องกั๊วะ อำเภออุ้มผาง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563


        โดยวานนี้ มูลนิธิฯ ก็ได้มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 55 อำเภอเมือง รวมมอบทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563  จำนวน 4 โรงเรียน 45 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยได้รับความร่วมมือจากคณะทำงานโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ในการประสานพร้อมร่วมเดินทางไปยังโรงเรียนดังกล่าว

     ตลอดระยะเวลากว่า 110 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา   เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้านต่อไป

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต 

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...