วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563

Teibto จับมือ NocNoc.com ดัน E-commerce ด้วยซอฟท์แวร์สุดล้ำ Oracle Netsuite

Teibto จับมือ NocNoc.com ดัน E-commerce 

ด้วยซอฟท์แวร์สุดล้ำ Oracle Netsuite

           Teibto Co., Ltd. (บริษัท เท็บโต จำกัด(หรือเติบโต) https://teibto.com ) บริษัทคนไทยผู้ให้บริการด้านซอฟท์แวร์ชั้นนำระดับโลก โดยเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 จำหน่ายซอฟต์แวร์ ออราเคิล เนทสวีท (Oracle NetSuite, Best First World Class Cloud ERP) ซึ่งเป็นระบบคลาวด์ เป็นรายแรกที่มีประสบการณ์มากว่า 12 ปี ให้แก่องค์กรธุรกิจทั่วไป โดยรองรับงานด้านการบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้า (Customer Relationship Management หรือ CRM), งานด้านการบริหารทรัพยากรขององค์กร (Enterprise Resource Planning หรือ ERP), และระบบอีคอมเมิร์ซ (Ecommerce) โดยสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจรุ่นใหม่ซึ่งเป็นระบบคลาวด์ (Cloud) ที่ได้มาตรฐานระดับโลก และเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขยายงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

                          นางสาวอภิษฎา เดมีย์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Teibto Co., Ltd. ได้เปิดเผยว่า “สืบเนื่องมาจากไลฟ์สไตล์ของคนไทยเปลี่ยนไป นิยมหันมาใช้บริการซื้อขายผ่านออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น E-commerce หรือ Social commerce ซึ่งซอฟท์แวร์ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการที่จะเข้ามาช่วยจัดการตรงจุดนี้ การที่เราซึ่งถือว่าเป็น Solution Provider ของ Oracle NetSuite (ออราเคิล เนทสวีท) ซอฟท์แวร์ที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น รวมไปถึงมีความแม่นยำในการจัดการในเรื่องของระบบคลังสินค้า และระบบบัญชี ที่จะช่วยให้การจัดการธุรกิจได้ง่ายขึ้นและมีความรวดเร็วตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายได้เร็ว จุดนี้เองทำให้ NocNoc.com แพลตฟอร์มซื้อ-ขายวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้านออนไลน์ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพ และความสำคัญของการใช้ซอฟท์แวร์ Oracle NetSuite (ออราเคิล เนทสวีท) ทำให้ได้มาร่วมการพัฒนาธุรกิจกับเราและเป็นการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นอีกด้วย”

                               ทางด้านนายชัชพรรษ แสงสุข System Integration Backbone Director / Living Solution Business จาก SCG Cement-Building Material Co., Ltd ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “NocNoc.com ได้ร่วมมือกับเติบโต(https://teibto.com) ตั้งแต่ปลายปี 2018 โดยเน้นในเรื่องของการพัฒนาระบบซึ่ง Oracle NetSuite (ออราเคิล เนทสวีท) ถือเป็นระบบหลังบ้านในส่วนประกอบที่สำคัญ เช่น Order Management และ Finance and Accounting ให้กับ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวของ NocNoc.com และตั้งแต่ต้นปี 2019 เป็นต้นมา ถือว่า NocNoc.com ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมสินค้าและบริการวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านรายแรก และรายเดียวในไทยที่ครบวงจรบนโลกออนไลน์ ซึ่ง NocNoc.com ได้ตั้งเป้าเพื่อมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มในไทยและอาเซียนในปี 2025 ทั้งนี้เพราะสถานการณ์ของโรคระบาดโควิด 19 ก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเช่นกัน การซื้อของออนไลน์จึงเป็นอีกช่องหนึ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการ และเหมาะสมกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบันนี้ 

โปรโมชั่นนาทีทอง 1 แถม 1 จากไทยเฮิร์บ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 17

โปรโมชั่นนาทีทอง 1 แถม 1 จากไทยเฮิร์บ 

ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 17

           บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด บริษัทร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม (ไทยเฮิร์บ) เตรียมขนสินค้าสมุนไพรของบริษัท อาทิ ฟ้าทะลายโจร นฤมิต  เครื่องดื่มสมุนไพรจากขิง เห็ดหูหนู พุทราจีน ไทยเฮิร์บเฟรซ ลูกอมสมุนไพรรสชาติต่าง ๆ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ เคอร์คูมินโปร และลินชี่โปร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรและโปรไบโอติก ภายในงาน กว่า 60 รายการ เข้าร่วมงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ โดยเตรียมพบกับโปรโมชั่นสินค้าราคาสุดพิเศษนาทีทอง 1 แถม 1 และกิจกรรมต่างๆภายในบูธของไทยเฮิร์บ โดยภายในงานยังพบกับบูธแสดงสินค้าสมุนไพรคุณภาพสุดพรีเมี่ยมจากทั่วฟ้าเมืองไทย จากสมาชิกผู้ประกอบการของกรมการแพทย์แผนไทยฯ อีกมากมาย ในระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2563 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บูท X49-X50 ฮอลล์ 10-12  

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaiherbinfo.com/th Facebook : Herbalshopthailand         Line : @Herbalshopthailand

           

DITP ระดมพลังสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจบริการ พลิกฟื้นธุรกิจหลังโควิด-19

DITP ระดมพลังสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจบริการ พลิกฟื้นธุรกิจหลังโควิด-19

              กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจการจัดงาน เกม แอนิเมชั่น และโลจิสติกส์  ร่วมกิจกรรมพัฒนา  ศักยภาพและสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด  “Thriving in the       New Normal ตั้งรับ ปรับตัว หาโอกาส” ชี้ช่องบริหารความเสี่ยงและปรับกลยุทธ์ให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤต กับผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนสถาบันการเงินชั้นนำ ในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563 ณ กระทรวงพาณิชย์

            กิจกรรมครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจบริการเพื่อพัฒนาศักยภาพและปรับตัวสู่ยุค New Normal ที่ DITP มุ่งมั่นจะให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูลสถานการณ์ และทิศทางของอุตสา หกรรม สำหรับภาคธุรกิจบริการ 4 กลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการเติบโตต่อไปได้หลังยุคโควิด-19 ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการจัดงาน ธุรกิจเกม ธุรกิจแอนิเมชั่น และธุรกิจโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อม โยงสร้าง เครือข่ายระหว่าง ผู้ประกอบการธุรกิจบริการให้สามารถขยายตลาดร่วมกันเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ได้

           กิจกรรม Thriving in the New Normal ได้รับเกียรติจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานและกล่าวเปิดงาน พร้อมไฮไลท์การเสวนาใน 2 หัวข้อ ได้แก่ “Moving to the Next Normal: ทางรอดธุรกิจบริการไทยหลังโควิด-19” ร่วมด้วยวิทยากรระดับแถวหน้า ได้แก่ นายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย นายกวิน กิตติบุญญา ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) และนายกฤษณ์ ณ ลำเลียง นายกสมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย และ “Bridging the Distance: กลยุทธ์การบริหารธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติ” ร่วมด้วยผู้แทนจากสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ ได้แก่ นายอนุชิต วิทยบูรณานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรและสำนักงานผู้แทน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ผู้แทนธนาคารกรุงไทย และผู้แทนธนาคารไทยพาณิชย์ 

             และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมเชื่อมโยงสร้างเครือข่าย (Networking) ระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจบริการ ซึ่งนอกจากจะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ร่วมงานสร้างพันธมิตรที่เข้มแข็งระหว่างกันแล้ว ยังสามารถขอคำปรึกษา จาก ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่นการค้าระหว่างประเทศ การตลาด เงินทุนและสินเชื่อเพื่อนำไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป

ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ - 9 กันยายน 2563 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0 2254 6895-7 ต่อ 39 หรืออีเมล ditp.thriving@gmail.com 


                                                                                    

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2563

สถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์ (สคทส.) Thai Sangsan Institute มองประเทศไทยในยามวิกฤติ คนไทยต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้า เป็นจุดหมายการท่องเที่ยว และต่างชาติมาลงทุน

สถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์ (สคทส.) Thai Sangsan Institute มองประเทศไทยในยามวิกฤติ

คนไทยต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้า เป็นจุดหมายการท่องเที่ยว และต่างชาติมาลงทุน

                 สถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์ (สคทส.) Thai Sangsan Institute มองประเทศไทยในยามวิกฤติ คนไทยต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้า เราเป็นประเทศที่โชคดีที่สุดในโลกแล้วในยามวิกฤติจากโรคไวรัสโควิด-19 ได้รับคำชมเชยจากนานาชาติว่าจัดการดูแลปัญหาโควิดได้ดีเป็นที่หนึ่งของโลก หลังโควิด-19 นักธุรกิจจากต่างประเทศเลือกที่จะมาลงทุน และเป็นจุดหมายทางด้านการท่องเที่ยวที่ทุกคนอยากมาประเทศไทยมากที่สุด  เหลืออย่างเดียวคือ ปัญหาทางด้านการเมืองในประเทศไทยเราต้องสงบ 


                  นายสมชาย  พหุลรัตน์  ประธานสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์ (สคทส.) Thai Sangsan Institute เผยถึงการแสดงความคิดเห็นของคณะกรรมการและเครือข่ายสถาบันฯที่ได้พบปะกัน อาทิ อดีตอธิบดีกรมอาเซียนและอดีตเอกอัครราชทูตในหลายประเทศ ท่านประดาบ พิบูลย์สงคราม, ศ.ดร.สุรพล บุญประถัมภ์ (นักวิชาการด้านศาสนา), อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร  เลขาธิการสถาบันฯ (ผอ.หลักสูตรนิติศาสตร์ ม.รังสิต), Prof.อิน  นฤหล้า นักวิชาการนานาชาติ (อดีตคณะบดีคณะบริหารธุรกิจเอแบค) และทีมวิทยากรด้านภาวะผู้นำ (Leadership) Porf.สก็อต  บัดเล่ย์, Prof.ปีแอร์ เดอลาลองด์ ทีมอบรมโครงการเยาวชนรุ่นใหม่ทางการเมืองของสถาบันฯ หรือ Young Political Leadership, พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช “สารวัตรแรมโบ้” ประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติด (ในฐานะที่ปรึกษาสถาบันฯ) และนายชนแดน พรหมเมศร์ (นักเรียนนอกและนักธุรกิจสมุนไพร) ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึง สถานการณ์ในประเทศไทยในขณะนี้ว่า..”ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่เจอวิกฤติโรคไวรัสโควิด-19 มาถึงปัจจุบัน 7-8 เดือนแล้ว และยังต้องเจอกับปัญญาเศรษฐกิจอีกด้วย เราส่งออกไม่ได้เต็มที่ติดลบ นักท่องเที่ยวจากต่างชาติไม่มีเข้ามา ซึ่งเป็นปัญหาให้เม็ดเงินในแต่ละไตรมาสหายไป 4-5 แสนล้านบาท ผู้คนในธุรกิจท่องเที่ยวกว่า 10 สาขาอาชีพในธุรกิจด้านนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ในด้านการแก้ปัญหารัฐบาลก็พยายามช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ 

                   นายสมชาย  พหุลรัตน์  ประธานสถาบันฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในขณะนี้คือ เราต้องเอาจุดแข็งที่ประเทศเราได้รับคำชมจากต่างประเทศในด้านการดูแลเรื่องโรคโควิดเป็นอย่างดี มาเป็นจุดขายในสถานการณ์หลังโควิด-19 คลี่คลาย และที่สำคัญคนไทยก็ต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้ ทุกประเทศมีปัญหาหมด ปัญหาใหญ่โควิด-19 ทั้งโลกเราถือว่าจัดการได้ดี ดังนั้นเราต้องใช้โอกาสตรงนี้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด  นักลงทุนต่างชาติต่างมีเป้าหมายจะมาลงทุนในประเทศไทยกันเป็นอันดับต้นๆ และเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวทั้งโลกอยากมาประเทศไทยมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งล้วนเป็นข่าวดี  แต่เราก็ต้องมาดูแลปัญหาทางด้านการเมืองในบ้านเราว่าจะสงบเรียบร้อยหรือเปล่าด้วย 

ทางด้านอาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร  กล่าวว่าในฐานะที่เป็นแกนนำยุทธศาสตร์ด้านกฎหมายของสถาบันฯที่รวบรวมเอานักกฎหมายระดับปริญญาเอกมาร่วมกันทำความดีเพื่อแผ่นดิน มองในฐานะอาจารย์สอนกฎหมายและนักวิชาการด้านกฎหมายที่เคยทำงานด้านวิจัยมาหลายเรื่อง ก็มีความรู้สึกว่าในสถานการณ์วันนี้ของประเทศไทย  เราขายแคมเปญที่เกิดจากจุดแข็งของประเทศได้อย่างเต็มที่ และปัญหาการเมืองนั้นสำคัญมาก เราต้องฟังปัญหาของคนรุ่นใหม่ๆ ว่าสิ่งที่เขาเรียกร้องนั้นมันมาจากความเห็นหรือไม่พอใจในเรื่องใด เราก็ต้องเอาโจทย์ตัวนั้นมาแก้ไขด้วยความจริงใจและจริงจังที่ทำให้เขาเห็นว่า รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นและตั้งใจที่จะแก้ไขในส่วนที่คนรุ่นใหม่เขาเรียกร้อง ..ดิฉันเชื่อว่า ปัญหาทุกอย่างมันย่อมแก้ไขได้ เพราะพื้นฐานแล้วทุกอย่างมันต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สังคมมันถึงจะอยู่ด้วยกันได้  ในขณะที่เราเจอวิกฤติถึงสองด้าน ถ้าจะมีเรื่องอื่นมาสมทบวิกฤติไปอีกก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก 


                        ส่วน พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช หรือ ”สารวัตรแรมโบ้” ได้แสดงความคิดเห็นว่า .ในสถานการณ์ที่เรายังต้องรอวัคซีนโควิด-19 ทุกคนต้องระมัดระวังเซฟตัวเอง เพราะในหลายๆ ประเทศยังติดเชื้อกันมากในเอเชียอินเดียติดเชื้อจนน่ากลัว มีอดีตประธานาธิบดีติดเชื้อแล้วเสียชีวิต คนสูงอายุจึงต้องระวังมาก ปัญหาด้านนี้ในไทยผมเชื่อมือทีมศูนย์โควิด แต่ปัญหาการเมืองก็เป็นเรื่องใหญ่ภายในประเทศเรา ที่กลุ่มนักศึกษา-นักเรียน-เยาวชนปลดแอกออกมาเรียกร้องรัฐบาลเลิกคุกคาม แก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภาฯ ขณะที่ก็มีอีกกลุ่มมาเป็นกองเชียร์และปกป้องสถาบันฯและไม่ยอมให้แก้รัฐธรรมนูญ  ทุกคนกลัวจะเกิดม็อบชนม็อบถ้าการเมืองไม่นิ่ง ที่เราหวังจะเอาจุดแข็งของประเทศที่ได้รับคำชมจากนานาชาติเรื่องโควิด-19 ก็อาจจะไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ ดังนั้นปัญหาการเมืองจึงต้องวางแผนแก้ไขให้ดีครับ.

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563

ททท.สำนักงานนครสวรรค์ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสดอกกระเจียวยักษ์บาน ที่บ้านเขาโล้น ณ อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร

ททท.สำนักงานนครสวรรค์ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสดอกกระเจียวยักษ์บาน ที่บ้านเขาโล้น อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร

   

         จังหวัดพิจิตร กับคำนิยาม “พิจิตรเมืองเล็กแต่...น่ารัก”  ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งทางด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน และธรรมชาติ และเพื่อเป็นการกระตุ้นรวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพิจิตร ในช่วงหน้าฝน หรือ Green Season การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ ได้ร่วมกับจังหวัดพิจิตร อำเภอทับคล้อ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร องค์การบริหารส่วนตำบลเขาเจ็ดลูก ศูนย์ป่าไม้พิจิตร ป่าชุมชนบ้านเขาโล้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดจัดงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ดอกกระเจียวยักษ์บาน ที่บ้านเขาโล้น ณ อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ประจำปี 2563

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส กับดอกกระเจียวยักษ์ สีชมพูสวยงาม กระจายอยู่เต็มพื้นที่ บริเวณเขาโล้น ที่มีพื้นที่กว่า 400 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่เขาโล้น เขาชะอม และเขาตะพานนาก หมู่ที่ 6 บ้านเขาโล้น ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร สามารถเก็บภาพความประทับใจ และสัมผัสกับบรรยากาศ ธรรมชาติของป่าดอกกระเจียวยักษ์ ได้ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม จนถึงเดือนกันยายนของทุกปี 


                ในปีนี้มีกำหนดเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563 พร้อมงานแถลงข่าวโดยมี นายภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจิตร เขต 2 ให้เกียรติเป็นประธานแถลงข่าว พร้อมเปิดงาน “ฤดูกาลท่องเที่ยว ดอกกระเจียวยักษ์บาน ที่บ้านเขาโล้น ประจำปี 2563” 





พร้อมด้วยนายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.).สำนักงานนครสวรรค์ นายวิชัย แตโช ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้พิจิตร.นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล นายอำเภอทับคล้อ และนายเศรษฐ์ฐกรณ์ นาศพัฒน์ ประธานป่าชุมชนบ้านเขาโล้น รวมทั้งนักท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานแถลงข่าวและเปิดงานงานฤดูกาลท่องเที่ยว ดอกกระเจียวยักษ์บาน ที่บ้านเขาโล้น ประจำปี 2563 อย่างคับคั่ง



       และในปีนี้ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ ได้มีการจัดกิจกรรมแจกของรางวัลให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวชม ดอกกระเจียวยักษ์บาน ที่บ้านเขาโล้น นักท่องเที่ยวจะได้รับคูปอง 1 ใบ/ท่าน เพียงเขียนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ หย่อนลงในกล่องชิงรางวัล ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัล จาก ททท.สำนักงานนครสวรรค์ กว่า 50 รายการ โดยประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านทาง Facebook Fanpage: TAT Nakhonsawan.Phichit

              ททท. สำนักงานนครสวรรค์ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติเดินทางมาท่องเที่ยว และมาสัมผัสกับดอกกระเจียวยักษ์ที่บานสะพรั่ง รอต้อนรับผู้มาเยือน นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจแล้ว จังหวัดพิจิตร            เมืองเล็กแต่...น่ารัก ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น นมัสการหลวงพ่อเพชร ชมพระอาทิตย์ตกดินที่บึงสีไฟ        ชมอุทยานเมืองเก่าพิจิตรในเขตอำเภอเมือง ชมความงามของวัดบางคลาน และสถานที่ท่องเที่ยวที่รอให้คุณมาสัมผัสอีกมากมาย

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์และพิจิตรได้ที่ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ โทร.0 5622 1811-2 โทรสาร 0 5622 1810  E-mail., www.tourismnakhonsawan.org    TAT Nakhonsawan.Phichit      


รองผู้ว่า ททท. ด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา คนใหม่ เผยถึง”Special..เที่ยวไทย” ที่เพึ่งเสร็จสิ้น เป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวที่ผนึกกำลังผู้ประกอบ 5 ภูมิภาคได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องทางออนไลน์อีกด้วย

รองผู้ว่า ททท. ด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา คนใหม่ เผยถึง”Special..เที่ยวไทย” ที่เพึ่งเสร็จสิ้น เป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวที่ผนึกกำลังผู้ประกอบ 5 ภูมิภาคได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องทางออนไลน์อีกด้วย


                          นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา คนใหม่ เผยถึงงานล่าสุดที่ชื่อว่า ”Special…เที่ยวไทย” ที่เพิ่งผ่านพ้นมาในช่วงปลายเดือนว่า เป็นงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และยังเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยมีผู้ประกอบการจาก 5 ภูมิภาค ร่วมออกบูธ (On Ground) กว่า 60 ราย และมีการจัดโปรโมรชั่นลดราคา 80-90%  โดยภายในงานแบ่งออกเป็น 5 โซน ประกอบด้วย โรงแรมที่พัก ชุมชน กิจกรรม Activities แพคเกจท่องเที่ยว และด้านtransport ซึ่งจัดขึ้นที่ลานสีฟ้า สยามสแควร์ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นอกจากนั้นแล้วยังมีการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องทางออนไลน์ www.specialtiewthai.com ที่นำเสนอรายละเอียดการท่องเที่ยวในราคาสุดพิเศษ


                        นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา กล่าวว่า งานด้านนี้ถือว่าเป็นหน่วยงานที่สำคัญหน่วยงานหนึ่งในการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในยุคประเทศไทย4.0 ที่จะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานเพื่อทันกับยุคสมัยในปัจจุบัน ซึ่งภายหลังได้รับประกาศแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่า ททท. ผมจะต้องทำงานแบบเชิงรุกในการใช้เทคโนโลยีทุกด้าน เพราะภารกิจของตำแหน่งรองผู้ว่า ททท. ด้านนี้ ต้องดูแลงานด้านดิจิทัล แล้วยังรวมไปถึงงานด้านวิจัยและการพัฒนาควบคู่กันไป ซึ่งในด้านนี้ ททท. มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่จะขับเคลื่อนงานด้านนี้อย่างเต็มที่ เพราะการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหาแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวกและรวดเร็วจากการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะมือถือ หรือข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตและเว็บต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วกว่าในอดีต จึงเป็นยุคท่องเที่ยวใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดาย และยิ่งมีบทบาทสำคัญอย่างมากในช่วงโควิด-19 ระบาดอยู่ทั้งโลก การสื่อสารกันด้วยการใช้เทคโนโลยีจึงมีบทบาทที่สำคัญมากๆ เพราะการไปมาหาสู่กันในยุคNew Normal ที่ต้องเป็นสังคมที่ต้องทิ้งระยะห่างทางสังคม หรือ Social distanceing ยังมีข้อจำกัดในการเดินทางและการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีสื่อสารจึงมีความสำคัญอย่างมาก



                             รองผู้ว่า ททท. ด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา กล่าวต่อไปว่า ตนเองพร้อมเดินหน้าทำงานในเชิงรุกด้านดิจิทัลให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมิตรภาพและเครือข่ายกับกลุ่มคนไทยที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นพลังเที่ยวด้วยจิตอาสา เที่ยวแบบปลอดภัยและรักษาสุขภาพในสถานการณ์โควิด-19  เพียงแต่ทีมงานหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบร่วมกันทำงานขับเคลื่อนกันเป็นทีมเวิร์ค งานทุกอย่างก็จะไปได้ดี ผมเคยผ่านงานสำคัญๆ หลายงานในช่วงเป็นผู้อำนวยภูมิภาคภาคกลาง เช่น งาน  5 ธันวามหาราช สะพานภูมิพล ทำเพื่อรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9,  งานเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต มอบให้กับผู้บำเพ็ญประโยชน์ที่มีรายได้น้อย เช่น กลุ่ม อสม. อพปร., อสส., อพม และรวมถึงงานศาสตร์พระราชาเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน  ซึ่งภารกิจด้านดิจิทัล จึงถือว่ามีบทบาทสำคัญในการมาช่วยขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยงานแล้ว ยังสนับสนุนงานในส่วนของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่.

วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย ร่วมกับโอบอุ้ม จัดโครงการ "ให้ด้วยใจ รับด้วยไมตรี" มอบข้าวสาร-ไข่ไก่-หน้ากากอนามัย ช่วยการครองชีพ ป้องกันโควิด-19

วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย ร่วมกับโอบอุ้ม 

จัดโครงการ "ให้ด้วยใจ รับด้วยไมตรี"

มอบข้าวสาร-ไข่ไก่-หน้ากากอนามัย 

ช่วยการครองชีพ ป้องกันโควิด-19

วัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย ร่วมกับ น.ส.เหมณรัศมิ์ กิติยาณัณท์ หรือ โอบอุ้ม จัดโครงการ "ให้ด้วยใจ รับด้วยไมตรี" มอบข้าวสาร-ไข่ไก่ ช่วยในการครองชีพ รวมทั้งหน้ากากอนามัยในการป้องกันโควิด-19 ให้กับพี่น้องประชาชน ณ วัดห้วยปลากั้ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา

น.ส.เหมณรัศมิ์ กิติยาณัณท์ หรือ "โอบอุ้ม" กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังดีขึ้นตามลำดับ โดยที่ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศกว่า 100 วันแล้ว แต่ยังคงมีพี่น้องประชาชนบางส่วนในจังหวัดเชียงรายที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งตนรู้สึกห่วงใย จึงได้ร่วมกับวัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย จัดโครงการ"ให้ด้วยใจ รับด้วยไมตรี" จึงเดินทางไปส่งกำลังใจ นำข้าวสาร และไข่ไก่ รวมทั้งหน้ากากอนามัย ที่เย็บจากฝีมือชาวบ้านเเรงงานคนว่างงานในช่วงโควิด-19 ไปแบ่งปันให้กับพี่น้องประชาชนกว่า 500 ชีวิต ซึ่งนอกจากจะเป็นการแบ่งเบาภาระในการดำรงชีพแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนผู้ว่างงาน และรณรงค์การสวมใส่เพื่อป้องการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี ซึ่งขณะนี้พบผู้ติดเชื่อในประเทศเมียนมาเป็นจำนวนมาก จนต้องมีการปิดโรงเรียนหลายเเห่ง ทั้งนี้ ข้าวสารเเละไข่ไก่ที่นำไปมอบในครั้งนี้ ได้นำมาจากฟาร์มเเม่สายในพื้นที่ อ.เเม่สาย รวมทั้งอีกส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจาก พระอาจารย์พบโชค วัดห้วยปลากั้งด้วยทั้งข้าวสารและน้ำมันพืช

    "ตนทำธุรกิจส่วนตัว เเต่มีใจทำเพื่อสังคมมากกว่า 10 ปี อยากตอบเเทนคุณเเผ่นดิน ขอตามรอยเบื้องพระยุคลบาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี เเละพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทรงเป็นเเบบอย่างเป็นมิ่งขวัญเเก่พวกเราชาวไทยทุกคน ตนจึงขอเเสดงความกตัญญูต่อเเผ่นดิน เเม้จะเป็นส่วนที่ทำได้เล็กๆ ตามความสามารถของตนเองที่พอทำได้บ้างก็ตาม และตนรู้สึกปลื้มยินดีที่ได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของพี่น้องคนไทยด้วยกัน และจะเฝ้าติดตาม ระวัง รับมือ ป้องกัน สู้กับโควิด-19 ฟันฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน"


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...