วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

การประชุมเชิงปฏิบัติการ ”รอบรู้วิถีชีวิตใหม่ท่องเที่ยวสมุยอย่างปลอดภัยและมีสุขอนามัย มาตรฐาน SHA”

การประชุมเชิงปฏิบัติการ ”รอบรู้วิถีชีวิตใหม่ท่องเที่ยวสมุยอย่างปลอดภัยและมีสุขอนามัย มาตรฐาน SHA”



             นางแจ่มจิตต์ พูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ”รอบรู้วิถีชีวิตใหม่ท่องเที่ยวสมุยอย่างปลอดภัยและมีสุขอนามัย มาตรฐาน SHA” โดยมี นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหัวหน้าส่วนราชการ สมาคม /ชมรม ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เข้าร่วมประชุมด้วย ณ โรงแรม เดอะ บริษา บีช รีสอร์ท สมุย จ.สุราษฎร์ธานี




           ซึ่งในการประชุมนี้มีการจัดเสวนาทำความเข้าใจการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ภายใต้มาตรฐานการบริการของสถานประกอบการ และมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข SHA และในโอกาสนี้ ได้จัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์ SHA ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์ในพื้นที่สมุย และสุราษฎร์ธานีกว่า 70 ราย เพื่อเป็นการช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสถานประกอบการ และสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว





วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ จัดโปรโมชั่น "Bangkok Lolling Around" แบงค์พันมีทอน ห้องพักคืนละ 999 บาท


โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ
จัดโปรโมชั่น  "Bangkok Lolling Around" 
แบงค์พันมีทอน ห้องพักคืนละ 999 บาท

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ผุดแคมเปญสู้วิกฤตโควิด-19 ให้ชาวไทยได้มากิน นอน ใช้บริการก่อนใครกับโปรโมชั่น "Bangkok Lolling Around" สำหรับคนไทยที่ต้องการเปลี่ยนที่นอนจากบ้านมานอนเล่นโรงแรมระดับ 5 ดาวใจกลางกรุงเทพฯ


 โปรโมชั่นดีๆ แบบนี้สามารถมาเช็คอินเวลาใดก็ได้ และเช็คเอ้าท์เวลาเดิมในวันถัดไป เป็นการเข้าพักเต็ม 24 ชั่วโมง ใช้ห้องพักกันคุ้มเลยทีเดียวในราคาแบงค์พันมีทอนนอนได้ 2 คน เริ่มต้นเพียงคืนละ 999 บาทสุทธิเท่านั้น จะไปเดินช้อปปิ้งแล้วค่อยกลับมานอนพักก็ย่อมได้ เพราะที่พักอยู่ใจกลางประตูน้ำใกล้แหล่งช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมายเพียงไม่กี่ก้าว ช้อปเหนื่อยแล้วกลับมานอน นอนพักแล้วออกไปช้อปปิ้งวนต่อไป  หรือถ้าไม่อยากจะออกไปไหน อยากชิลๆ อยู่ในโรงแรมพร้อมทานอาหารแบบเสิร์ฟครบ 3 มื้อถึงในห้องพัก เริ่มต้นเพียงคืนละ 2,020 บาทสุทธิ สำหรับ 2 ท่าน


ราคากระชากใจขนาดนี้! สายช้อปห้ามพลาดไม่จองไม่ได้แล้ว เพราะราคานี้ สำหรับการจองและเข้าพักตั้งแต่เดือนกรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2563 เท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาโทร 02-309-9999 หรือ Email: rsvn@berkeleyhotel.co.th


สส. ผนึกกำลัง อบก. และ UNDP ปลุกพลังเยาวชนไทย สู่การเป็นผู้นำร่วมขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำ

สส. ผนึกกำลัง อบก. และ UNDP
ปลุกพลังเยาวชนไทย
สู่การเป็นผู้นำร่วมขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำ
                                 
                                   
     กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเสริมศักยภาพและการขับเคลื่อนเครือข่ายเยาวชนพลเมืองคาร์บอนต่ำและการจัดกิจกรรม ACE Youth Camp 2020 ระหว่าง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กับองค์การบริหารจัดการ  ก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) ผ่านโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme; UNDP) เพื่อเติมเต็มศักยภาพผู้นำเยาวชนในการร่วมขับเคลื่อน ขยายเครือข่ายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลเมืองคาร์บอนต่ำ สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
    

     นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การปล่อยก๊าซ  เรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและสิ่งแวดล้อมทั้งโลกในทุกด้าน โดยในปี 2563 ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้ร้อยละ 14 จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ ร้อยละ 7-20 อย่างไรก็ตาม เพื่อความท้าทายในก้าวต่อไป ได้เสนอเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ ร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 โดยมุ่งเน้นไปที่ภาคพลังงานและคมนาคมขนส่ง 
      

    การจัดการขยะ และอุตสาหกรรม จึงจำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ให้เป็นหน่วยประสานงานกลางของประเทศในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Action for Climate Empowerment หรือ ACE
    

   โดยมีวัตถุประสงค์ คือ ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ ได้
   
     
    ทั้งนี้ จากการประชุมประจำปีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ครั้งที่ 25 หรือ COP25 (The 25th Conference of the Parties) ณ เมืองมาดริด ราชอาณาจักรสเปน เมื่อเดือน ธ.ค. 2562 ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับภาคประชาสังคมในการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะภาคการศึกษาและเยาวชน ซึ่งสอดคล้องกับผลการประเมินผู้เยี่ยมชมนิทรรศการการแสดงผลการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ที่พบว่า ภาคการศึกษาและกิจกรรมของเยาวชนเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นลำดับต้น 
    

    การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้มแข็ง เติมเต็ม และต่อยอดขีดความสามารถของผู้นำเยาวชน เกิดเครือข่ายเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ร่วมกันพัฒนาแนวทางการปรับพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจกลงได้อย่างยั่งยืน    โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจะรับผิดชอบด้านการคัดเลือกผู้นำเยาวชนและสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายผู้นำเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพิจารณาประเด็นและความต้องการเติมเต็มและต่อยอดขีดความสามารถของผู้นำเยาวชน ตลอดจนการจัดกิจกรรม ACE Youth Camp 2020 สนับสนุนการขยายเครือข่ายเยาวชนฯ พัฒนาแนวทางการปรับพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 10 เดือน ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2563 - เมษายน 2564 ในรูปแบบภาคีร่วมพัฒนา  
     

    ด้าน นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ดำเนินโครงการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำผ่านระบบการจัดการเมืองอย่างยั่งยืนด้วยการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก(Global Environment Facility: GEF) ผ่านโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development (UNDP) โดยจะให้การสนับสนุนด้านวิชาการและประสบการณ์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำอย่างรอบด้าน รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณ ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรในการเสริมศักยภาพและการขับเคลื่อนเครือข่ายเยาวชน พลเมืองคาร์บอนต่ำ และการจัดกิจกรรม ACE Youth Camp 2020 ตลอดจนร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานเพื่อนำมาวิเคราะห์และขยายผลการดำเนินงานร่วมกันต่อไป ด้วยเชื่อว่า ภาคการศึกษาและเยาวชน เป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคมสามารถเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน
    

    ขณะที่ Mr. Renaud Meyer UNDP Resident Representative in Thailand เน้นย้ำว่า ความเข้าใจ ความตระหนัก และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นสิ่งสำคัญ จึงมีแผนในการสนับสนุนการดำเนินการ ACE กับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในการส่งเสริมความร่วมมือกับทุกภาคส่วนต่อไป


โครงการ “สัตหีบเมืองต้นแบบ ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal”

โครงการ“สัตหีบเมืองต้นแบบ ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal” 



               กองทัพเรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดชลบุรี จัดงานแถลงข่าวโครงการ “สัตหีบเมืองต้นแบบ ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal” ชูสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอสัตหีบ เป็นต้นแบบของแหล่งท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการให้บริการในแนวทางของวิถีปกติใหม่ (New Normal) ตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือ SHA) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชิญชวนให้ประชาชนกลับมาเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์ COVID-19 อยู่ในระดับที่ปลอดภัยแล้ว



              พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือและผู้อำนวยการศูนย์การท่องเที่ยวกองทัพเรือ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “สัตหีบเมืองต้นแบบ ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal” โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์   รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบตรามาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือ SHA) ในประเภทนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว จำนวน 4 แหล่ง ได้แก่ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ภายใต้การดูแลของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เกาะและทะเลไทย (เกาะแสมสาร) ภายใต้การดูแลของกองเรือยุทธการ (กร.) ศูนย์บริการหาดทรายแก้ว ภายใต้การดูแลของโรงเรียนชุมพล หาดนางรำ - หาดนางรอง ภายใต้การดูแลของฐานทัพเรือสัตหีบ (ฐท.สส.) ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี



สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ         วิถีความเป็นอยู่ และการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกระดับ โดยในระยะแรกของการแพร่ระบาด กองทัพเรือได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัดตั้ง State Quarantine ณ กิจการอาคารรับรองสัตหีบ เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวัง และดูแลผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ได้แก่ เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐอิตาลี สหรัฐอเมริกาและกลุ่ม 17 ประเทศที่มีความเสี่ยง ก่อนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งกองทัพเรือและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำหน้าที่ดูแลผู้เดินทางเป็นอย่างดีประดุจญาติพี่น้อง จนถือได้ว่าเป็น State Quarantine แห่งแรกของประเทศไทยที่เป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นได้นำแนวทางการบริหารจัดการไปปฏิบัติตามอีกด้วย


ต่อมาในช่วงก่อนมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ที่อนุญาตให้สถานที่ท่องเที่ยวกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นพันธมิตรของกองทัพเรือ พร้อมด้วยศูนย์อำนวยการ การท่องเที่ยวกองทัพเรือ ลงพื้นที่สำรวจและตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการรองรับและดูแลนักท่องเที่ยวตามวิถีปกติใหม่ New Normal ที่รัฐบาลกำหนด  เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูและสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ อีกทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือ SHA) ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข บูรณาการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อกระจายรายได้ อันจะช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงการ “สัตหีบเมืองต้นแบบ ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal” จึงเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยได้ขับเคลื่อน



โครงการ “สัตหีบเมืองต้นแบบ ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal” นี้ได้ร่วมกับจังหวัดชลบุรี เพื่อสร้างมาตรฐานด้านสุขอนามัยในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ที่มีการกำหนดและตรวจสอบรูปแบบการให้บริการในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้เป็นไปตามแนวทาง New Normal อย่างจริงจังและต่อเนื่อง





            หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนร่วมกิจกรรมปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ    และทัศนศึกษาสัมผัสความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลายในอำเภอสัตหีบ ที่กำลังดำเนินมาตรการด้านสุขอนามัยตามแนวทาง "สัตหีบเมืองต้นแบบ ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal" พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยต่อไป

Amazing Thailand Grand Sale 2020

Amazing Thailand Grand Sale 2020


                    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2020 ร่วมกับพันธมิตรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ณ ลาน Quartier Parc ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์  


               งาน Amazing Thailand Grand Sale 2020 จะมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 15 กันยายน 2563 ระยะเวลา 2 เดือน ภายใต้แนวคิด Non Stop Shopping 


              สำหรับปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ อาทิ สถาบันการเงิน Shopee, ปตท. OR, True Corporation, Major cineplex, แอพพลิเคชั่น UTU รวมถึงห้างสรรพสินค้า สายการบิน โรงแรมชั้นนำ property ร้านอาหาร ผู้ประกอบการทั่วประเทศ รวมกว่า 10,000 ราย

                  โดย นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถรับสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมโครงการได้โดย add line : thailandgrandsale เพื่อลงทะเบียน และเก็บ gift voucher จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจากเว็บไซต์ www.amazingthailandgrandsale.com และนำไปใช้ที่ร้านค้าโดยแสกน QR Code เพื่อยืนยันการใช้สิทธิ   และ ร่วมลุ้น รับของรางวัลในโครงการรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท


            นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2020 จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจในภาวะฟื้นฟูและทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยได้มากขึ้น

#AmazingThailandGrandSale2020 #NonStopShopping2020

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ททท. ชวนกันมาแชร์ เส้นทางในฝัน ลุ้นรางวัลพิเศษ กับ Tourism Department Store

ททท. ชวนกันมาแชร์ เส้นทางในฝัน
ลุ้นรางวัลพิเศษ กับ Tourism Department Store

               การท่องเที่ยวในฝัน เส้นทางท่องเที่ยวที่คุณอยากไปมากที่สุดเป็นแบบไหน Tourism Department Store ชวนเหล่าคนชอบเที่ยว มาร่วมแชร์ไอเดียเส้นทางท่องเที่ยวในฝันที่คุณอยากไปมากที่สุด พร้อมโอกาสลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย


               นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าววว่า นานแล้วที่เราต่างไม่ได้ออกเดินทาง ด้วยผลจากมาตรการเพื่อลดการกระจายของเชื้อโควิด-19 แต่วันนี้สถานการณ์หลายอย่างดีขึ้น หลายกิจกรรมเริ่มมีการผ่อนคลาย แน่นอนว่าบรรยากาศอย่างนี้หลายคนโดยเฉพาะคนที่รักการเดินทาง ต้องเริ่มฝันถึงเส้นทางที่อยากจะไป วันนี้  Tourism Department Store จึงขอชวนคุณมาร่วมสนุกด้วยการมาแบ่งปัน เส้นทางในฝัน ในกิจกรรม My Dream Journey ให้คนอยากเที่ยวได้รู้สึกคึกคัก เพื่อเตรียมพร้อมกับการเดินทาง และหากใครมีเส้นทางในฝันที่หลายคนคาดไม่ถึง จะได้มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลพิเศษจากกิจกรรมนี้
หากใครสนใจ สามารถเข้ามาร่วมสนุกได้ที่ Facebook Fanpage : Tourism Product จากนั้นโพสต์ภาพ คำบรรยาย หรือจะสร้างสรรค์วิธีการท่องเที่ยวในรูปแบบที่คุณฝันอยากทำมาแบ่งปันกันใต้โพสต์กิจกรรม  จากนั้นแชร์หน้ากิจกรรมไปยัง Facebook ส่วนตัว และ Hash Tag #MyDreamJourney #ห้างททท พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ  โดยสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรม My Dream Journey ได้ตั้งแต่วันที่ วันนี้ – 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีใน วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2AYbVe7


               โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยผ่อนคลายความกังวล และสร้างความสนุกสนานให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคนอยากออกเดินทางไปท่องเที่ยวอีกครั้ง อีกทั้งทุกไอเดียจากผู้ร่วมกิจกรรมยังเป็นข้อมูลที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางท่องเที่ยวทั่วไทยในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดไอเดียที่หลากหลายจากนักท่องเที่ยวตัวจริงอีกด้วย
              ซึ่งนอกจากกิจกรรมดังกล่าว ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังมีการจัดกิจกรรมอีกมากมาย เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ทาง Facebook Fanpage : Tourism Product

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ททท.เปิดตัวกิจกรรมการแข่งขัน “Amazing ไทยเท่ Competition 2020

ททท.เปิดตัวกิจกรรมการแข่งขัน 
“Amazing ไทยเท่ Competition 2020 


                   ชวนกลุ่มนักท่องเที่ยวเจนวาย ร่วมกิจกรรมแข่งขันสร้างสรรค์ทริปไอเดีย 10 สไตล์เท่ ๆ ค้นหาเรื่องราว และแรงบันดาลใจที่สดใหม่ Untold (อัน-โทล) Unseal (อัน-ซีล) ในพื้นที่ 5 ภูมิภาค ทั่วประเทศ ชิงรางวัลรวมมูลค่า 500,000 บาท     

                 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ร่วมกับ สายการบินไทยสมายล์ สายการบินแอร์เอเชีย สายการบินนกแอร์ รถเช่า AVIS  dtac  Canon  KEEN  VIVO  RyoiiReview และ Forever-Young.asia จัดกิจกรรมการแข่งขัน Amazing ไทยเท่ Competition 2020 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแนวคิด “เมืองไทย สวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์” โดยเชิญชวนกลุ่มนักท่องเที่ยวเจนวายร่วมคัดเลือก เพื่อเป็นตัวแทน นักท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรมแข่งขันสร้างสรรค์ทริปไอเดีย 10 สไตล์เท่ ๆ ร่วมค้นหาเรื่องราว และแรงบันดาลใจที่สดใหม่ Untold (อัน-โทล) Unseal (อัน-ซีล) ในพื้นที่ 5 ภูมิภาค ทั่วประเทศ ชิงรางวัลรวมมูลค่า 500,000 บาท 


          นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ได้กำหนดกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านแนวคิด Amazing ไทยเท่ เมืองไทย สวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์ เพื่อตอบโจทย์การตลาดท่องเที่ยวในยุคมิลเลนเนียล ที่ไม่ได้แบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวตาม Segmentation คือ เพศ อายุ วัย อีกต่อไป แต่แบ่งลงลึกแยกย่อยเป็น Fragmentation ตามไลฟ์สไตล์ รสนิยมความชอบที่แตกต่างกัน กิจกรรมการแข่งขัน Amazing ไทยเท่ Competition นี้จะเป็นการนำเสนอทริปไอเดียการท่องเที่ยวแบบเท่ ๆ ผ่านตัวแทนนักท่องเที่ยว 10 สไตล์ ที่จะไปค้นหาเรื่องราวที่น่าสนใจ มุมมองใหม่ ๆ ที่หลากหลาย ในพื้นที่ท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค เพื่อแบ่งปันวิธีเที่ยวของตนให้กับคนอื่น ๆ ให้เกิดแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวในแบบของตนเองเพราะ ‘เมืองไทย สวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์’”

             

             กิจกรรมครั้งนี้ มีผู้สมัครจำนวน 260 ทีม จากทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการได้คัดเลือก Finalist จำนวนทั้งสิ้น 50 ทีม ซึ่งจะเป็นตัวแทนนักท่องเที่ยว 10 สไตล์เท่ ได้แก่
1. สไตล์ Hipsters
2. สไตล์ Green Lover
3. สไตล์ Young @ Heart
4. สไตล์ Conqueror
5. สไตล์ Digital nomad
6. สไตล์ Social Story
7. สไตล์ Camera is my life
8. สไตล์ Voluntourist
9. สไตล์ Me Myself & I
10. สไตล์ Foodie

   


                โดยทั้ง 50 ทีม พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางไปแข่งขันค้นหาเรื่องราว เท่ ๆ Untold (อัน-โทล) Unseal (อัน-ซีล) จากทั่วประเทศ มานำเสนอทริปไอเดียเท่ ๆ ชวนนักเดินทางรุ่นใหม่ออกไปเที่ยวให้ทั่วเมืองไทยในสไตล์ของตัวเอง การแข่งขันจะเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2563 และจะประกาศผลผู้ชนะในวันที่ 20 สิงหาคม 2563 สามารถติดตามการแข่งขันได้ที่ www.ไทยเท่10สไตล์.com/blog



               ททท. ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ สายการบินไทยสมายล์ รถเช่า AVIS และ TraveliGo.com จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย กระตุ้นความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 กันยายน โดยมอบดีลส่วนลดพิเศษ ให้นักท่องเที่ยวทุกคนออกเดินทางท่องเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง ดังนี้
1. ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ไทยสมายล์
2. ดีลโรงแรมราคาพิเศษที่สุด กว่า 80 โรงแรม อาทิ
- เดอะ นาคา จ.ภูเก็ต
- เสม็ดวิลล่า รีสอร์ต จ.ระยอง
- ครันทรี่แคมป์ จ.อุบลราชธานี
- ริเวอร์วิว รีสอร์ท แอท เชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี
- เดอะ ซี เกาะสมุย บีชฟรอนท์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.สุราษฎร์ธานี
- ดุสิตธานี พูลวิลล่า จ.สุราษฎร์ธานี
- พุทธรักษา หัวหิน รีสอร์ต จ.ประจวบคีรีขันธ์
3. ดีลรถเช่าราคาสุดพิเศษ จาก AVIS Rent A Car Thailand สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางแบบ Road Trip
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจองซื้อดีล สามารถดูรายละเอียดดีลต่างๆได้ที่ www.ไทยเท่10สไตล์.com (เวิลด์ไวด์เว็บดอทไทยเท่10สไตล์ดอทคอม) ตั้งแต่วันนี้ถึง เดือนกันยายน ศกนี้


                  นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)  กล่าวเพิ่มเติมว่า “ททท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรม Amazing ไทยเท่ Competition 2020 จะช่วยกระตุ้นความถี่การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทย ในพื้นที่ 5 ภูมิภาค และช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างปลอดภัยตลอดปีนี้”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...