วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

“อพท.7” จับมือ “17 องค์กร” ขับเคลื่อน พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จ.สุพรรณบุรี สู่ เมืองท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อคนทั้งมว

“อพท.7” จับมือ “17 องค์กร” ขับเคลื่อน 
พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จ.สุพรรณบุรี 
สู่ เมืองท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล


                      อพท.7 ผนึกกำลัง 17 องค์กรพันธมิตร ภาครัฐ เอกชน และประชาชน รวมพลังขับเคลื่อนและพัฒนาอารยสถาปัตย์ พร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัย ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคของผู้พิการ และคนใช้รถเข็น  ยกระดับ จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา  สู่เส้นทาง “เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล”  
   

                     นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)  การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล จังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จัดโดย อพท.7 ซึ่งมีผู้แทนองค์กรทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมลงนามความร่วมมือ จำนวน 17 องค์กร อาทิ จังหวัดสุพรรณบุรี, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุพรรณบุรี, มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี, โรบินสัน สุพรรณบุรี,  และหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น 

                เพื่อร่วมกันส่งเสริม และปรับปรุงพัฒนาตึกอาคาร สถานที่ แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร จุดแวะพัก และบริการที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่เชื่อมโยง ให้มีอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) หรือสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้พักฟื้นสุขภาพ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และคนที่ใช้รถเข็น  เช่น ทางลาด ที่จอดรถ ห้องสุขาอารยสถาปัตย์ และป้ายสัญลักษณ์เฟรนด์ลี่ดีไซน์ เป็นต้น  
      


                  ทั้งนี้ เพื่อพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มวัย และทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถเข้าถึงได้ และใช้บริการต่างๆได้ โดยสะดวก ปลอดภัย ทันสมัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม เพื่อยกระดับและต่อยอดการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล


                   นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย เช่น พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ พระพุทธรูปแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดเขาทำเทียม อ.อู่ทอง วัดเขาดีสลัก หลวงพ่ออู่ทอง ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง-มังกรสวรรค์ เป็นต้น ซึ่งหากมีการพัฒนา ปรับปรุงความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ในแหล่งท่องเที่ยว จะเป็นการขยายโอกาสทางการท่องเที่ยวไปสู่คนทั้งมวล สามารถรองรับการท่องเที่ยวแบบไร้อุปสรรค สอดรับการแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของรัฐบาล และองค์การสหประชาชาติ 
   

                   อนึ่ง ในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรีมีความยินดี ร่วมพัฒนาอาคารสถานที่ราชการ รวมถึงส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆให้มีอารยสถาปัตย์ ซึ่งจะยังประโยชน์ให้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสุขภาพร่างกาย ให้สามารถเข้าถึง และใช้บริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเสมอภาคเท่าเทียม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ให้แก่คนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้พิการที่จะสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆใน จ.สุพรรณบุรี ได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    
                    ด้าน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของ อพท.คือ การใช้กลไกการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสุข ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม อพท. มีภารกิจในด้านการประสาน ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อบริหารจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษให้เกิดความยั่งยืน โดยดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ –๒๕๘๐) ซึ่งมีกรอบแนวคิดที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม  
      และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๐ –๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งเสริมการเข้าถึง และรองรับการท่องเที่ยวที่ปราศจากอุปสรรคเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)  
    
              
               ทั้งนี้ อพท. เชื่อมั่นว่าเครือข่ายความร่วมมือที่ร่วมลงนามในวันนี้ จะเร่งพัฒนาตัวเอง สร้างความรู้ความเข้าใจ และจัดให้มีการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามข้อตกลงร่วมกัน ๓ ประการคือ
     ข้อ ๑ เพื่อร่วมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีการจัดการการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)
      ข้อ ๒ เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อการพัฒนาปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวสถานบริการ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์อย่างยั่งยืน  
     ข้อ ๓ เพื่อร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้สถานประกอบการ สถานบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)
      

                 นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล หรือ Tourism for All เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมามีโครงการที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุได้ออกมาเปิดประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่พร้อมด้วยอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล (Friendly Design) ทุกภูมิภาคในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น 

- เส้นทางภาคกลาง ภายใต้ Concept “More Legacy” ณ จังหวัดราชบุรี

- เส้นทางภาคตะวันออก ภายใต้ Concept “More Fun” ณ จังหวัดชลบุรี

- เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ Concept “More Gastronomy” ณ จังหวัดเลย

- เส้นทางภาคเหนือ ภายใต้ Concept “More Authentic” ณ จังหวัดเชียงราย

- และเส้นทางภาคใต้ ภายใต้ Concept “More Inspired” ณ จังหวัดพังงา
     
                        การร่วมลงนามในครั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย การท่องเที่ยวสำนักงานสุพรรณบุรี  มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมขับเคลื่อน การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลภายในจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่เชื่อมโยง ให้เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง Tourism for All เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป พร้อมบูรณาการร่วมกับโครงการ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่ดี มีความสุข และมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ปลอดภัยจากการแพร่ระบายของโรคไวรัส COVID – 19  
      

                นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑ และผู้บริหาร PPT Station สาขาเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า อารยสถาปัตย์ มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับคนทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักพื้น ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก ช่วยให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวก ปลอดภัย  ปตท.หลักเมือง เลี่ยงเมือง สุพรรณบุรี by Lak Muang Group มีความใส่ใจอารยสถาปัตย์หรือ Friendly Design โดยได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ที่จอดรถวีลแชร์ ทางลาด ห้องน้ำ Friendly Design  รวมถึงป้ายสัญลักษณ์ ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถใช้บริการภายในปั๊มน้ำมันได้อย่างสะดวก และปลอดภัย  เราจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลสามารถเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี
   

                     นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ อพท.และองค์กรพันธมิตร ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและส่งเสริมอารยสถาปัตย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลที่ จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในครั้งนี้  
     ที่ผ่านมามูลนิธิอารยสถาปัตย์ฯ ได้ดำเนินงาน รณรงค์ ส่งเสริม สร้างความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่อง “อารยสถาปัตย์” (Friendly Design) และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) เพื่อให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยพักพื้น สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวก ปลอดภัย อย่างทั่วถึง เท่าเทียม ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ให้เกิดการตื่นตัวในการพัฒนาและสร้างทำอารยสถาปัตย์ ทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง
  
                 การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก องค์กรภาครัฐ-ภาคเอกชน ภาคประชาชนเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าชาวสุพรรณบุรีเห็นคุณค่าและความสำคัญของอารยสถาปัตย์และการท่องเที่ยวเพื่อค นทั้งมวล และพร้อมที่จะขับเคลื่อนจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลต่อไป 
    

                  สำหรับรายชื่อ 17 องค์กร ประกอบด้วย จังหวัดสุพรรณบุรี องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวสำนักงานสุพรรณบุรี มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ปตท.หลักเมือง เลี่ยงเมือง สุพรรณบุรี by Lak Muang Group สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี โรงแรมสองพันบุรี โรบินสัน สุพรรณบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี หอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี สมาคมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไทย เครือข่ายทูตอารยสถาปัตย์จังหวัดสุพรรณบุรี

87 ปี ศาลาเฉลิมกรุง โรงมหรสพหลวงพระราชทานของ รัชกาลที่ 7

87 ปี ศาลาเฉลิมกรุง
โรงมหรสพหลวงพระราชทานของ รัชกาลที่ 7

 
                 พลอากาศตรีสุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีสงฆ์และพิธีบวงสรวงเนื่องในวันครบรอบ 87 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 15 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง โดยมี นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง  พร้อมด้วยคณะกรรมการและครอบครัวศาลาเฉลิมกรุงเข้าร่วมงาน อาทิ คุณจันทนี ธนรักษ์, วิชา วรมาลี, อนันต์ ไววิทยะ, วิรัช อยู่ถาวร(ศิลปินแห่งชาติ), ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์(ศิลปินแห่งชาติ), สมมาตร ไพรหิรัญ, ณัฐนี สิทธิสมาน, ชรัส เฟื่องอารมย์, กัณพล ปรีดามาโนช(ปิง ฟรุ๊ตตี้), นัฎฐา ลอยด์, วิทยา - วราพรรณ ทรัพย์ธนะอุดม, ประดิษฐ์ สมดังเจตน์, ปิยสุดา จันทรสุข, เศรษฐศิริ นวลสนิทการแสดง รำบวงสรวง “ชุดนาฏกรรมอำนวยพร” จากนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง ให้การต้อนรับ ณ  โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง



                  ภายในงานได้รวมตัวละครเอกของโขน พระนารายณ์ พระลักษมี ทศกัณฐ์ หนุมาน มาร่วมรำบวงสรวง เพื่ออำนวยอวยพรให้โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงและผู้ที่มาร่วมงานให้มีแต่ความเจริญเป็นสวัสดิมงคลสืบไป


                  จากนั้น พลอากาศตรีสุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานมอบทุนกองทุนนาฏดุริยางคศิลปไทย “มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง” ให้แก่ศิลปินด้านนาฏศิลป์ไทยจำนวน 2 ทุน และมอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลนักแสดงอาวุโส “มูลนิธิสวัสดิการนักแสดง” จำนวน 7 ทุน ได้แก่ ครูชาลี อินทรวิจิตร(ศิลปินแห่งชาติ), มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา (ศิลปินแห่งชาติ), สมสุข ประณต, อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา, น้ำเงิน บุญหนัก, นภาพร หงสกุล, กานดา นามแย้มแป้น เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลต่อไป 


                           ศาลาเฉลิมกรุง เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนทรัพย์ ส่วนพระองค์จำนวน 9 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงมหรสพที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดของเอเชียในยุคสมัยนั้นและพระราชทานนาม “ศาลาเฉลิมกรุง” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานคร 150 ปี

“น้ำตาลูกหนี้” 97 ปี ครูชาลี อินทรวิจิตร กับคอนเสิร์ต “เพื่อครู”

“น้ำตาลูกหนี้” 97 ปี ครูชาลี อินทรวิจิตร
 กับคอนเสิร์ต “เพื่อครู” 
                                 

                    ผู้ประพันธ์คำร้อง ผู้กำกับภาพยนตร์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ปี 2536 สร้างสรรค์และกำกับภาพยนตร์มากมาย “สวรรค์มืด”, “ปราสาททราย”, “กิ่งแก้ว”, “สื่อกามเทพ” ฯลฯ รวมถึงประพันธ์เพลง “สดุดีมหาราชา”, “แสนแสบ”, “ทุ่งรวงทอง”, “เรือนแพ”, “จำเลยรัก” และ “น้ำตาลูกหนี้” จินตนารมณ์แห่งการสูญเสียอัฐ ให้กับเพื่อนนักเขียน โกวิท สีตลายัน ขณะแข่งกีฬาในร่มวงน้ำเต้า
 ในวัย 97 ปีเต็ม ครูหง่า-ชาลี อินทรวิจิตร (อินพรวิจิตร) 


                  ทุกวันนี้ยังคงเดินไม่สะดวก จากการล้มป่วยด้วยอาการโรคเบาหวาน ต้องตัดนิ้วเท้า นั่งรถเข็นไปฉีดยาที่โรงพยาบาลลาดพร้าวทุกสัปดาห์ อัพเดทยอดค่าใช้จ่ายติดเพดาน 300,000 บาทไปแล้ว ซึ่งสวนทางกลับยอดเงินช่วยเหลือจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยปกติผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ นอกจากจะได้รับค่าตอบแทน เดือนละ 25,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลศิลปินแห่งชาติ ตามระเบียบราชการนั้นเคยช่วยเหลือรายละไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี แต่ยามนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กลับช่วยเหลือมาแค่ 100,000 บาท โยนภาระค่าใช้จ่าย200,000 บาท ไปให้ครอบครัวครูชาลีไว้แบกรับ


                  ล่าสุดในโอกาสครบรอบ 87 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และ 15 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง ในนาม “มูลนิธิสวัสดิการนักแสดง” ได้มอบเงินช่วยค่ารักษาพยาบาล ครูชาลี อินทรวิจิตร จำนวน 15,000 บาท เงินขวัญถุงมหามงคล ครูชาลี อินทรวิจิตร คงเก็บไว้เป็นมิ่งขวัญรางวัลแห่งชีวิตศิลปินลุ่มน้ำแม่กลอง 
 


                   คอนเสิร์ต เพื่อครู...ชาลี อินทรวิจิตร & สุรพล โทณะวณิก  2 ศิลปินแห่งชาติ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563 รอบ 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหารายได้มอบเป็นค่ารักษาพยาบาลให้สองครูเพลงศิลปินแห่งชาติ 

                    ณ เวลานี้ บัตรยังไม่เต็มครับ! ซีงครูชาลี อินทรวิจิตร ยังคงยืนกราน จะขอจับไมโครโฟนร้องเพลง เพราะนั่นคือ อาชีพแรกในวงการบันเทิง 

                   ครูชาลี อืนทรวิจิตร กล่าวว่า"คอนเสิร์ตที่ผมจัดคือวันที่ 9 สิงหาคม ก็จะมีทั้งสุรพล โทณะวณิก แล้วก็ผมเป็นตัวตั้งตัวตี ที่จะดำเนินการการมอบเพลงในสิ่งที่ผมรัก ซึ่งตอนนี้ผมก็อายุ 97 เข้าไปแล้ว อายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ว่าหัวใจและความยั่งยืนมั่นคงในหัวใจก็คือบทเพลงทุกเพลงที่ผมได้แต่งขึ้น" 


              คอนเสิร์ต เพื่อครู...ชาลี อินทรวิจิตร & สุรพล โทณะวณิก  2 ศิลปินแห่งชาติ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563 รอบ 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้ชมที่มีบัตรคอนเสิร์ตอยู่แล้วนั้น สามารถใช้บัตรใบเดิมในการเข้าชม ติดต่อซื้อบัตรได้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร. 02225-8757-8, 02623-8148-9 และโทร.02262-3456 www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 500-2,000 บาท มอบสนับสนุนเป็นค่ารักษาพยาบาลให้สองครูเพลงศิลปินแห่งชาติต่อไป

ไฮโซบันเทิง“ผิง สุภาวดี” ชวนก๊วนบุญ ลูกหมี-โก้ ถวายเทียนพรรษาวัดไทยในต่างแดน

ไฮโซบันเทิง“ผิง สุภาวดี” ชวนก๊วนบุญ ลูกหมี-โก้ ถวายเทียนพรรษาวัดไทยในต่างแดน  


            หนึ่งปีมีครั้งเดียว กับเทศกาลบุญใหญ่  ล่าสุดไฮโซสายบุญ ผิง-สุภาวดี ทัพมาลัย  ผู้อำนวยการสร้างหนังแนวพุทธศาสนา เรื่อง “พุทธคยา”ที่ห่มเพชรมาทั้งตัว ได้ชวนๆ เพื่อนบุญ เช่น ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี ซุปเปอร์โมเดลรุ่นใหญ่ ใจเกินร้อย ผู้บริหารวีอาร์โมเดล We Are Model ,ดร.โก้-ธีรศักดิ์ พันธุจริยา ดารารุ่นใหญ่ พิธีกรดัง นักธุรกิจหลายร้อยล้าน  พร้อมคนใจดีร่วมบุญเยอะแยะเลย เช่น ยะ-ชาติสุริยะ อนุพันธ์ ผู้บริหารสบู่ส้มป่อยล้านนา ทั้งหมดไปร่วมงานบุญใหญ่มากๆ ที่วัดสุวรรณภูมิพุทธยันตี สมุทรปราการ กับโครงการ "ปล่อยปลาเยอะมากถึง 1,000 กิโลกรัม" ที่บริเวณสระน้ำด้านหน้าวัด


              และยังได้ร่วมทำบุญใหญ่ถวายเทียนพรรษา เพื่อนำไปให้วัดที่ไทยและต่างประเทศ เช่น อินเดีย เนปาล รวมมากกว่า 73 วัด โดยมี 2 พระดัง มาร่วมงานด้วยคือ พระอาจารย์ณรงค์ หรือ พระครูปริยัติโพธิวิเทศ ,พระอาจารย์คมสรณ์ หรือ ดร. พระอาจารย์คมสรณ์ คุตตธรรมโม พระธรรมทูตสายอินเดีย 

              ไฮโซสายบุญ ผิง-สุภาวดี ทัพมาลัย เปิดใจว่า "เมื่อก่อนบอกตรงๆ ไม่ได้สนใจเรื่องการทำบุญ ไม่ชอบเข้าวัด กินเล่นเที่ยวเหมือนคนทั่วไปเลย แต่พอคิดใหม่ทำใหม่ เข้าวัดทำบุญมากขึ้น สวดมนต์เยอะขึ้น เลิกของมึนเมาทุกชนิด เริ่มกินมังสวิรัตด้วย ก็ทำให้ชีวิตเราพลิกไปเลย ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน ตอนนี้ก็ตั้งใจจะทำบุญไปจนตาย อยากจะเป็นส่วนหนึ่ง ของการเผยแพร่พุทธศาสนา ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ เพราะธรรมะดีจริงๆ คือ ทำให้เรามีสติมีสตังค์ มีปัญญาในการทำมาหากินได้ดีด้วยค่ะ"



             ทั้งนี้พุทธศาสนิกชนชาวบุญทั่วไทย ร่วมโอนเข้าบัญชีโดยตรงได้เลยที่ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี ธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่องานบุญถวายเทียนพรรษา เลขที่บัญชี 296 232 7396

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

“ไพศาล” มั่นใจกม.ความมั่นคงฮ่องกง จะช่วยคืนความรุ่งเรืองของฮ่องกงกลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง เชื่อเป็นที่ต้องการและเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของชาวโลก พร้อมยกจีนก้าวเป็นผู้นำโลกยุคใหม่แล้ว

“ไพศาล” มั่นใจกม.ความมั่นคงฮ่องกง
จะช่วยคืนความรุ่งเรืองของฮ่องกงกลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง
เชื่อเป็นที่ต้องการและเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของชาวโลก
พร้อมยกจีนก้าวเป็นผู้นำโลกยุคใหม่แล้ว
                    
                              นายไพศาล พืชมงคล อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้วิเคราะห์ถึงกรณีที่รัฐบาลจีน ได้ออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2563 ที่ผ่านมาว่า การที่สภาประชาชนแห่งชาติจีน ลงมติให้ตรากฎหมายดังกล่าว ถือว่า สอดคล้องกับจังหวะและยุคสมัย เพราะนับตั้งแต่ฮ่องกงกลับคืนไปสู่จีนภายใต้ทฤษฎี 1 ประเทศ 2 ระบบแล้ว การดำเนินงานส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบเดิมอยู่ ระบบเศรษฐกิจชัดเจนว่า เป็น 2 ระบบกับจีน



            อาจารย์ไพศาล พืชมงคล อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจีน  พูดถึงการใช้กฎหมายความมั่นคงของจีนในฮ่องกง หลังจากฮ่องกงคืนสู่จีน การมองประเทศจีนของประเทศไทยในขณะนี้ เป็นอย่างไร และกล่าวว่าจีนไม่ใช่มหาอำนาจ แต่จะเป็นผู้นำโลกยุคใหม่
แต่เรื่องความมั่นคงและอธิปไตยเหนือฮ่องกง ยังอยู่ระยะเปลี่ยนผ่าน นับตั้งแต่รับโอนฮ่องกงมาจนถึงวันประกาศใช้กฎหมายนี้ ทำให้เสมือนหนึ่งว่า เป็น 2 ประเทศ 2 ระบบอยู่ อันนั้นจำเป็นสำหรับระยะเปลี่ยนผ่าน เพื่อธำรงรักษาความมั่นคงและความมั่งคั่งของทางฮ่องกงไว้ แต่ปรากฏว่า ในห้วงเวลานี้ เกิดมีกระบวนการบ่อนทำลายความมั่นคงของจีนและฮ่องกง เช่น  การชุมนุมในฮ่องกงที่ผ่านมาเห็นชัดว่า ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศจีน หรือ ชาวฮ่องกง แต่เป็นไปเพื่อจะชักชวนให้ต่างชาติเข้ามาปกครองฮ่องกง

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่า ตรงนี้ขัดกับหลักการพื้นฐานใหญ่ของทฤษฎี 1 ประเทศ 2 ระบบ การที่ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง และพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยเฉพาะสภาประชาชนแห่งชาติจีน มีมติให้ตรากฎหมายนี้ จึงเป็นความถูกต้อง เป็นสิทธิอันชอบธรรมของประเทศจีนเหมือนกับประเทศต่างๆ ที่ล้วนมีกฎหมายความมั่นคงสำหรับประเทศของตนทั้งสิ้น ภายนอกจะแทรกแซงไม่ได้เด็ดขาด มีเพียงสหรัฐฯ และบางประเทศเท่านั้น ที่เดือดร้อนไปกับเรื่องในบ้านของจีน ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายระหว่างประเทศและผิดกฎบัตรของสหประชาชาติ
“ฮ่องกง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปได้พ้นสภาพความเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เข้าสู่ระบบ 1 ประเทศ 2 ระบบกับจีนแล้ว ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของรัฐบาลจีนยุคปัจจุบันที่ทำให้เรื่องเป็นจริงเป็นจังขึ้น และหลังจากรัฐบาลจีนประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงนี้ ส่งผลให้ ความสงบสุขกำลังกลับคืนมาสู่ฮ่องกงอย่างรวดเร็ว การแทรกแซงจากต่างประเทศ แม้จะยังมีอยู่ แต่เป็นในเรื่องของกระดาษ เช่น การตรากฎหมายคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เป็นต้น ในความเป็นจริง จีนมีอธิปไตยและได้ใช้อำนาจของประเทศจีนครอบคลุมทั้งประเทศเป็น 1 ประเทศจริงๆแล้ว”
               นายไพศาล พืชมงคล ยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่งคั่งของฮ่องกง มีแต่จะปกป้องความมั่งคั่งและความรุ่งเรืองของฮ่องกง สังเกตจากระบบเศรษฐกิจทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกลไกตลาดหุ้น ตลาดทุน การลงทุน การค้า กฎหมายนี้ไม่ได้แตะต้อง มีแต่ให้ความคุ้มครองป้องกันเฉพาะการบ่อนทำลายจากต่างชาติหรือจากการสมคบกันระหว่างคนในฮ่องกงบางส่วนกับต่างชาติ เพื่อจะให้ต่างชาติเข้ามาปกครองฮ่องกง ดังนั้นกฎหมายนี้ ถือเป็นการปิดฉากยุคเสมือน 2 ประเทศ 2 ระบบ ที่ต่อยอดมาจากช่วงรับคืนฮ่องกงเรียบร้อยแล้ว
            “ชัยชนะของจีนในเวทีสหประชาชาติ คือ สัญญาณที่หนุนการประกาศกฎหมายความมั่นคงตรงนี้ เชื่อว่า เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศต่างๆทั่วโลกด้วย เพราะการดำรงความมั่งคั่งและความรุ่งเรืองของฮ่องกงไว้ต่อไป ประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องกับฮ่องกงยังคงได้รับประโยชน์ ผู้ที่เสียประโยชน์มีพวกเดียว คือ พวกที่หวังยืมมือคนไม่ดีในฮ่องกงบางพวกเพื่อเข้ามายึดฮ่องกง ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้อีกแล้ว ดังนั้น การที่จะทำให้ฮ่องกงกลับสู่ความเป็นปรกติโดยเร็วที่สุดต่างหาก จึงเป็นที่ต้องการและเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของชาวโลก รวมทั้งเป็นประโยชน์ภูมิภาคเอเชีย อาเซียน และต่อประเทศไทยด้วย”


นายไพศาล พืชมงคล ยังกล่าวถึงบทบาทของประเทศจีนในขณะนี้ที่หลายฝ่ายมองว่า จะส่งผลให้จีนเป็นมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกว่า จีนประกาศยืนยันทุกครั้งว่า ไม่เป็นมหาอำนาจ เพราะความเป็นมหาอำนาจไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับจีน และไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อชาวโลก แต่จีนที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะนับตั้งแต่ท่านประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ประกาศยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมแล้ว ทำให้จีนเป็นผู้นำโลกยุคใหม่ที่ปิดฉากยุคเก่าของโลก ซึ่งยุคเก่า คือ ยุคแห่งความขัดแย้งและสงคราม เข้าสู่ยุคใหม่ ยุคแห่งสันติภาพและการพัฒนา โดยการพัฒนาที่จะกระจายไปยังคนทั้งโลก นับเป็นกระแสใหญ่ของโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน วันนี้จึงถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของจีนยุคใหม่

“ทริปดอทคอม” พร้อมโกยนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 5 ล้าน มั่นใจเงินหยวนโบกสะพัด หลังรัฐบาลไทยเปิดน่านฟ้า

“ทริปดอทคอม” พร้อมโกยนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 5 ล้าน
มั่นใจเงินหยวนโบกสะพัด หลังรัฐบาลไทยเปิดน่านฟ้า


         ถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับคนไทยและการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปีนี้ เมื่อเว็บไซต์ทริปดอทคอม บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งแรกในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจีน และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก แย้มตัวเลขนักท่องเที่ยวในมือนับล้านที่พร้อมลงทะเบียนและเดินทางกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยทันทีที่สถานการณ์ของไวรัสโควิดในเมืองไทยคลี่คลายและรัฐบาลไทยเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนให้สามารถเดินทางเข้าประเทศ 



                      นายเจมส์ เหลี ประธานของบริษัทเว็บไซต์ทริปดอทคอม เปิดเผยกับสื่อมวลชนไทยเกี่ยวกับการยกเลิกห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศ และเริ่มกลับมาให้การต้อนรับผู้โดยสารต่างชาติว่า เมื่อมองตลาดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศจีน และไทย ในช่วงเวลานี้ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีเพราะทั้งสองประเทศมีความสามารถในการควบคุมสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดได้ค่อนข้างดีและเชื่อว่าเมื่อไหร่ที่ข้อจำกัดชายแดนถูกยกเลิก  การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวนั้นจะหวนกลับมาสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว และคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จนถึงสิ้นปีจะสามารถมีนักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ 5 ล้านคนกลับเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างแน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จะมีการพิจารณายกเลิกข้อจำกัดในการเดินทางเท่านั้น


              โดยจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนหลายล้านคนที่ได้ลงทะเบียนไว้กับบริษัทนั้น นายเจมส์ เหลียงคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นนับล้านคนต่อเดือน สมมุติว่าถ้าภายในเดือนสิงหาคมนี้ ได้พิจารณาผ่านให้มีการยกเลิกข้อจํากัดการเดินทางแล้ว ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยาวจนถึงสิ้นปีเราอาจจะได้เห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนรวมกว่า 5 ล้านคนเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดจะถูกยกเลิกเมื่อไหร่ 

              
              ทั้งนี้ นายเจมส์ เหลียง ยืนยันสถิติจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยจากปีที่แล้ว จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกทั้งหมด 39.8 ล้านคนนั้นเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนถึง 10.8 ล้านคน นับว่าเป็นแหล่งที่มาที่ใหญ่ที่สุดของนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นั่นทำให้นักท่องเที่ยวจีนมีบทบาทสำคัญมากในการสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย และนั่นจะช่วยชุบชีวิตการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังซบเซาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างแน่นอน  


            โดยเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ทริปดอทคอม ได้ดำเนินการต่างๆและประกาศมาตรการรักษาความปลอดภัยรวมถึงมาตรการอื่นๆเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ  และกับสถานการณ์ล่าสุดในการควบคุมการระบาดของโรคในการเดินทางในบางตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เริ่มแสดงสัญญาณของการฟื้นตัว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ เว็บไซต์ทริปดอทคอม ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยการเปิดตัวโปรแกรมท่องเที่ยวนำร่องใหม่ๆ ที่มุ่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งไทยและจีน ที่มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง
พร้อมโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว อาทิ โปรแกรมทัวร์พิเศษ พร้อมการส่งเสริมการขาย รูปแบบการตลาดใหม่นั่นคือการไลฟ์สดไปทั่วโลกเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยการนี้ทางเว็บไซต์ทริปดอทคอมได้ทำการติดต่อเพื่อทำโปรโมชั่นร่วมกันกับภาคส่วนต่างของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือเอกชนเพื่อร่วมกันทำโปรโมชั่นกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวเมืองไทย ทั้งในส่วนของโรงแรม หรือสายการบินต่างๆ ที่พร้อมใจกันลดราคาให้นักท่องเที่ยวจีนถึง 60 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว


            และนั่นดูจะเป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไม่น้อย เพราะทันทีที่มีมาตรการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวนั้น ก็จะมีนักท่องเที่ยวจีนนับล้านๆ คนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ทั้งนี้ในภาคส่วนต่างๆ ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจึงควรมีการเตรียมพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอำนวนความสะดวก มาตรการเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่ชัดเจน ไปจนถึงการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องที่ที่สวยงามและน่าสนใจ ฯลฯ เพื่อให้เกิดการการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวอย่างคล่องตัวและไม่สะดุด นั่นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไปจนถึงสามารถฟื้นฟูประเทศให้กลัมาสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

“ปาย-สิตางศุ์” รักหวานฉ่ำ ทำสวยฟิออร่าฯ ลุ้นเป็นเจ้าสาวคนต่อไป?

“ปาย-สิตางศุ์” รักหวานฉ่ำ
ทำสวยฟิออร่าฯ ลุ้นเป็นเจ้าสาวคนต่อไป?



                  เรื่องหัวใจไม่ต้องพูดถึงช่วงนี้หวานมาก ล่าสุดดาราสาวแซ่บลืม “ปาย-สิตางศุ์ ปุณภพ” เพิ่งอวยพรฉ่ำๆ ให้หวานใจ “ไฮโซธนิก ภูวนัตตรัย” ทำเอาประชาชีอิจฉาตาร้อนกันผ่าวๆ กันทั้งประเทศ แต่ถึงรักจะหวานแค่ไหนดาราสาวคนสวยก็ไม่ลืมที่จะดูแลตัวเองให้เป๊ะปังเวอร์ตลอดเวลา ล่าสุดหลังได้ยินกิตติศัพท์ความฮอตของ “คุณหมอเพชร-นายแพทย์ชัยรัตน์ เสริมศิลป์” ที่ ฟิออร่า คลินิก สมุทรสาคร (Fiora Clinic) ที่มีเหล่าคนดัง อาทิ “น้ำฝน-พัชรินทร์,เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น, แอนนี่ บรู๊ค, เอื้อย-อาร์ เดอะสตาร์,นุ๊กซี่ ฯลฯ” วอล์คอินเข้ามาปรึกษาเรื่องความสวยความงาม

               โดยเฉพาะเรื่องการปรับรูปหน้าเยอะมาก จนได้รับฉายาจากดารา เซเลบ คนดัง ว่าเป็น “หมอปั้นหน้ายืนหนึ่งแห่งสมุทรสาคร” งานนี้ “สาวปาย” ก็เลยขอจัดเต็มให้ “คุณหมอเพชร” เนรมิตรูปหน้าให้ใหม่ไฉไลกว่าเดิม งานนี้ทำเอาใครต่อใครแอบลุ้นว่าจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้หรือเปล่า? เมื่อโดนกระแซะถามเรื่องแต่งงานเจ้าตัวยิ้มก่อนตอบอย่างอารมณ์ดีว่ายัง..ส่วนเรื่องมาทำสวยวันนี้ไม่ได้เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวแค่อยากมาปรับรูปหน้าตามรอยคนดัง

                 “ช่วงนี้คลินิกต่างๆ ก็กลับมาเปิดแล้ว วันนี้ปายก็เลยมาทำสวย ดูแลร่างกายให้พร้อมที่จะกลับมาทำงาน ที่ฟิออร่า คลินิก ซึ่งมีดารา คนดัง เน็ตไอดอล มาใช้บริการเยอะมาก เพราะว่าคุณหมอเพชร เป็นนักปั้นหน้ายืนหนึ่งแห่งสมุทรสาคร วันนี้ถ้าไม่แน่นไม่สวยจะไม่ยอมกลับบ้านเด็ดขาด (ยิ้ม) เบื้องต้นวันนี้ปายมาให้คุณหมอเติมใต้ตาด้วยฟิลเลอร์ เพราะว่าจะค่อนข้างคล้ำและมีร่อง แล้วก็ขมับที่ค่อนข้างตอบก็เติมฟิลเลอร์ ให้ ใบหน้าจะได้ดูดีขึ้น คุณหมอมีเติมร่องแก้มให้ดูอิ่มขึ้นด้วยค่ะ ขอบอกเลยว่าคุณหมอมือเบามาก ๆ ในส่วนที่คิดว่าจะเจ็บก็ไม่เจ็บเลยค่ะ (ยิ้ม) ถ้าใครที่อยากให้คุณหมอปั้นหน้ายืนหนึ่งจัดเต็มให้เหมือนปายก็มาได้เลยค่ะที่ ฟิออร่าคลินิก สมุทรสาคร รับรองไม่ผิดหวัง”



          ว้าว! “สาวปาย-สิตางศุ์” ยิ้มอย่างแฮปปี้ซะขนาดนี้ ใครอยากปั้นหน้าฉ่ำๆ กับคุณหมอปั้นหน้ายืนหนึ่งและทีมแพทย์มือดีที่ฟิออร่า คลินิกอีกเพียบ สามารถสอบถามข้อมูลหรือนัดหมายการรับบริการเพิ่มเติมได้ที่ Line : @ Fioraclinic , www.fioraclinic.com หรือ โทร. 099-414-5662 นะจ๊ะ


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...